นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีดำริให้ขยายเป้าหมายเชิญชวนประชาชนร่วมปลูกต้นไม้และลงทะเบียนในโครงการ “รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน” สืบสานสู่ 100 ล้านต้น

จากนโยบายของรัฐบาลภายใต้การบริหารงานของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการดูแลป้องกันป่าไม้ที่สมบูรณ์ ตลอดจนเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ร้อยละ 55 ของพื้นที่ประเทศ โดย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ผลักดันให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการปลูกต้นไม้ตามสถานที่อยู่อาศัย สถานศึกษา ศาสนสถาน พื้นที่สาธารณะ ตลอดจนในที่ดินกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองตามกฎหมาย และสถานที่ต่างๆ ตามความเหมาะสม รวมถึงพื้นที่แปลงรวม คทช. ที่รัฐอนุญาตให้ประชาชนอยู่อาศัยทำกิน และปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว พร้อมทั้ง นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีดำริให้ขยายเป้าหมายเชิญชวนประชาชนร่วมปลูกต้นไม้และลงทะเบียนในโครงการ “รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน” สืบสานสู่ 100 ล้านต้น ภายในปี 2565 ซึ่งในขณะนี้มีประชาชนได้ร่วมกันปลูกต้นไม้และร่วมลงทะเบียนไปแล้วกว่า 14,963,856 ล้านต้น 

นางนันทนา บุณยานันต์ โฆษกกรมป่าไม้ เผยว่า ในขณะนี้ประชาชนตื่นตัวและตระหนักถึงความสำคัญของป่าไม้ และประโยชน์ที่ได้รับจากต้นไม้ ซึ่งจะเห็นได้จากในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาประชาชนทั่วไปได้ร่วมกันปลูกต้นไม้ในโอกาสสำคัญ ๆ ตามสถานที่ต่าง ๆ มากมาย พร้อมทั้งได้ร่วมลงทะเบียนปลูกต้นไม้ในโครงการ “รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน” ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปแล้วมากกว่า 14 ล้านต้น ตั้งแต่ที่ได้เริ่มเปิดโครงการเมื่อช่วงเดือนมิถุนายน2562 ที่ผ่านมา โดยทางกรมป่าไม้ ได้มีการเตรียมกล้าไม้พันธุ์ดีที่มีความสมบูรณ์ที่จะแจกจ่ายให้กับประชาชนได้นำกลับไปปลูก สำหรับในปี 2563 นี้ กรมป่าไม้ได้จัดเตรียมเพาะชำกล้าไม้ไว้เพื่อแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนจำนวนถึง 79.9 ล้านกล้า ซึ่งมี

กล้าไม้พันธุ์ต่าง ๆ เช่น ไม้สัก พะยูง มะค่าโมง ประดู่ ยางนา มะฮอกกานี ตะเคียนทอง แดง กระถินลูกผสม กฤษณา ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีกล้าไม้ยืนต้นที่มีดอก เช่น คูน อินทนิลน้ำ เสลา ชัยพฤกษ์ ทองอุไร ฯลฯ ซึ่งขณะนี้ได้พบว่าประชาชนได้ให้ความสนใจเดินทางเข้ามาขอรับกล้าไม้ตามสถานีเพาะชำกล้าไม้ของกรมป่าไม้ทั่วประเทศเป็นจำนวนมาก โฆษกกรมป่าไม้ กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากประชาชนให้ความสนใจต้องการขอรับกล้าไม้ไปปลูกเป็นจำนวนมาก โดย นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ เน้นย้ำว่า กล้าไม้ที่แจกจ่ายให้ประชาชนต้องเป็นกล้าไม้ที่แข็งแรงมีขนาดเหมาะกับการปลูกเพื่อให้ต้นไม้สามารถเจริญเติบโตและมีเปอร์เซ็นต์การรอดตายสูง ดังนั้น หากสถานีเพาะชำกล้าไม้แห่งใด กล้าไม้บางส่วนยังเจริญเติบโตไม่ได้ขนาด ยังไม่พร้อมนำมาแจกจ่ายให้กับประชาชนนำกลับไปปลูกเพราะต้นกล้ายังไม่แข็งแรงพอ ประกอบกับช่วงนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ยังต้องมีการเฝ้าระวังเพื่อเป็นไปตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ดังนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน อีกทั้งช่วยลดความแออัดในการมาติดต่อขอรับกล้าไม้ กรมป่าไม้ จึงได้ออกแนวทางและมาตรการ โดยประชาชนสามารถโทรติดต่อขอรับบัตรคิว ซึ่งสถานีเพาะชำกล้าไม้ในแต่ละพื้นที่จะออกแนวทางการปฏิบัติ เมื่อกล้าไม้ที่ต้องการเจริญเติบโตแข็งแรงได้ขนาด จะโทรแจ้งกลับไปเพื่อให้มารับที่ทางสถานีเพาะชำกล้าไม้ และอีกหนึ่งช่องทางผ่านทางเว็บไซด์กรมป่าไม้ ทั้งนี้ กรมป่าไม้ขอเชิญชวนหน่วยงาน และประชาชนที่มีความสนใจจะขอรับกล้าไม้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมในการรับบัตรคิวขอรับกล้าไม้ได้ที่เบอร์โทรศัพท์สถานีเพาะชำกล้าไม้ใกล้บ้านทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยเข้าไปที่www.forest.go.th/nursery/การติดต่อขอรับกล้าไม้/หน่วยงานที่ติดต่อขอรับ/ และความรู้เรื่องชนิดไม้ที่เหมาะสมในการปลูกแต่ละพื้นที่ หรือติดต่อสอบถามเรื่องกล้าไม้แจกฟรี ได้ที่ สำนักส่งเสริมการปลูกป่า ส่วนผลิตกล้าไม้ เบอร์โทรศัพท์ 02-561-4292-3 ต่อ 5551 และเชิญชวนร่วมลงทะเบียนปลูกต้นไม้ ในโครงการ “รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน” สืบสานสู่ 100ล้านต้น ผ่าน https://plant.forest.go.th/ และทาง QR CODE ที่ปรากฏด้านล่าง

Leave a Comment