
วันที่ 12 กันยายน 2569 ณ อาคารหอประชุมตลาดกลางผลไม้ OTOP เทศบาลตำบลแม่พูล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์
นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วย นายศักดา มณีวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการที่ดินป่าไม้ นายกรัณย์พล แสงทอง ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) เข้าร่วมในพิธีมอบสมุดประจำตัวในรูปแบบดิจิทัล ให้แก่ราษฎรผู้ได้รับการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าไม้ถาวร ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมี ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับมอบหมายจาก นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เป็นประธานในพิธีมอบสมุดประจำตัวรูปแบบดิจิทัล มีนายภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และประชาชนที่ได้รับการจัดสรรให้อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าไม้ถาวรเข้าร่วมงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนนโยบายของ นายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) ซึ่งมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่ป่าไม้ถาวร “ป่าที่จะดำเนินการหมายเลข 59” โดยถือเป็นแห่งแรกในพื้นที่ป่าไม้ถาวรที่มีการนำเทคโนโลยีรูปแบบดิจิทัลมาใช้ในการดำเนินงาน ช่วยให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิของตนเองได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และสร้างความมั่นคงส่งต่อถึงลูกหลาน
สำหรับการมอบสมุดประจำตัวในรูปแบบดิจิทัลแก่ผู้ได้รับการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าไม้ถาวรในครั้งนี้ มีประชาชนในตำบลแม่พูล อำเภอลับแล ได้รับการรับรองสิทธิจำนวน 370 ราย รวม 496 แปลง เนื้อที่ 2,054 ไร่ 3 งาน 3 ตารางวา ครอบคลุม 3 หมู่บ้าน ได้แก่ 1.บ้านนอกด่าน (หมู่ที่ 4) : 248 แปลง เนื้อที่ 1,059 ไร่ 1 งาน 49 ตารางวา 2. บ้านผามูบ (หมู่ที่ 7) : 194 แปลง เนื้อที่ 803 ไร่ 2 งาน 95 ตารางวา และ 3.บ้านมหาราช (หมู่ที่ 11) : 54 แปลง เนื้อที่ 191 ไร่ 2 งาน 59 ตารางวา ทั้งนี้ กรมป่าไม้ได้ดำเนินการรับรองการอยู่อาศัยทำกินในลักษณะแปลงรวม เพื่อให้ประชาชนทำกินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งนอกจากจะช่วยรับรองสิทธิแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้ราษฎรเข้ามามีส่วนร่วมกับเจ้าหน้าที่ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูสภาพป่า ป้องกันการบุกรุก และใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน
ในโอกาสนี้ นางดวงเดือน วานิชสรรพ์ ตัวแทนราษฎรในพื้นที่ ยังได้กล่าวแสดงความขอบคุณ พร้อมยืนยันว่าสมุดประจำตัวดิจิทัลช่วยสร้างความอุ่นใจในการวางแผนพัฒนาพื้นที่ทำกิน รวมถึงเป็นการสร้างโอกาสในการเพิ่มมูลค่า เพิ่มช่องทางการค้าและการส่งออกผลผลิตทางการเกษตร พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะร่วมมือกับทางราชการในการดูแลรักษาป่าไม้เพื่อให้อยู่ร่วมกับป่าได้อย่างเกื้อกูลต่อไป








































