องคมนตรี ขึ้นน่านติดตามโครงการพัฒนาบ้านน้ำรี พร้อมมอบสมุด คทช. ยกระดับคุณภาพชีวิตสู่ความมั่นคง

วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ณ โรงเรียนบ้านน้ำรีพัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน

กรมป่าไม้ มอบสมุดประจําตัวผู้ได้รับการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 โดยมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี พร้อมทั้งมอบสมุดประจำตัวให้แก่ผู้แทนประชาชนบ้านน้ำรีพัฒนา เพื่อสร้างความมั่นคงในสิทธิทำกินอย่างถูกต้องตามกฎหมายให้แก่ราษฎรในพื้นที่ มี ดร.รวิวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธี โดยมี นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวให้การต้อนรับ

ภายใต้การขับเคลื่อนงานของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งมีนโยบายมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้กับพี่น้องประชาชน โดยมีแนวคิดให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน ซึ่งดำเนินงานผ่าน “โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามพระราชดำริ บ้านน้ำรีพัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน” ครอบคลุมพื้นที่กว่า 41,112 ไร่ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดอยภูคาและป่าผาแดง เพื่อมุ่งอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ ดิน และน้ำในพื้นที่ต้นน้ำ ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน และสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ภายใต้การจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน

ในโอกาสนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานมอบสมุดประจำตัวให้แก่ผู้แทนประชาชนบ้านน้ำรีพัฒนา รวมทั้งสิ้น 859 แปลง เนื้อที่รวม 4,828-1-47 ไร่ แบ่งเป็น กลุ่มที่ 1 โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) จำนวน 224 แปลง และกลุ่มที่ 2, 3, 4 โครงการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยทำกินฯ จำนวน 635 แปลง พร้อมทั้งมอบกล้าไม้มีค่า “ต้นเสี้ยวดอกขาว” พืชท้องถิ่นเด่นและดอกไม้ประจำจังหวัดน่าน เพื่อนำไปปลูกเสริมความอุดมสมบูรณ์ในชุมชน

ด้านนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี พ.ศ. 2569 กรมป่าไม้ได้ร่วมมือกับชุมชนโดยการขับเคลื่อน 3 กิจกรรมหลักอย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย กิจกรรมครูป่าไม้สืบสานแนวพระราชดำริ ปลูกฝังเยาวชนชั้นประถมผ่านฐานเรียนรู้ปฏิบัติจริงและการสำรวจดัชนีชี้วัดคุณภาพน้ำ กิจกรรมเครือข่ายชุมชนฟื้นฟูป่า จัดตั้งเครือข่ายชุมชนนำร่องเฝ้าระวังดับไฟป่าพร้อมสนับสนุนอุปกรณ์ และเตรียมจัดกิจกรรมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติฯ และกิจกรรมก่อสร้างฝายชะลอน้ำแบบผสมผสาน ที่ชาวบ้านร่วมใจกันสร้างขึ้นจำนวน 50 แห่ง เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นและลดการพังทลายของหน้าดิน นอกจากนี้ กรมป่าไม้ยังได้เร่งพัฒนา “โครงการพื้นที่เตรียมการป่านันทนาการภูพยัคฆ์” เนื้อที่ 5,323 ไร่ โดยวางแผนพัฒนาเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติและประวัติศาสตร์ “สำนัก 708” ซึ่งเป็นอดีตฐานที่มั่นสำคัญของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ระยะทาง 3 กิโลเมตร โดยมีจุดเด่นสำคัญอยู่ที่การเยี่ยมชมวิถีวนเกษตรกาแฟอาราบิก้าใต้ร่มไม้ ร่องรอยประวัติศาสตร์กระท่อมและหลุมหลบภัย รวมทั้งผืนป่าโบราณที่พบ “ต้นปรงป่า” อายุกว่า 40 ปี ขึ้นกระจายหนาแน่น สะท้อนถึงระบบนิเวศที่ไม่เคยถูกรบกวน ซึ่งในอนาคตจะมีการยกระดับกลุ่มอดีตสหายภูพยัคฆ์เข้ามามีส่วนร่วมในฐานะ “มัคคุเทศก์ชุมชน” เพื่อบริหารจัดการการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ยกระดับรายได้และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้แก่คนในชุมชนอีกด้วย

Leave a Comment