
วันที่ 20 มีนาคม 2569 ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร
กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมเนื่องในวันป่าไม้สากล วันที่ 21 มีนาคม โดยในปี 2569 นี้ จัดภายใต้แนวคิด “ป่าไม้และเศรษฐกิจ Forests and Economies” โดยมี พล.ต.ต. นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางเลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานร่วมในพิธีเปิด มีนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒณ์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ ผู้บริหารกรมป่าไม้ ผู้บริหารส่วนราชการในสังกัดกระทรวง ผู้แทนหน่วยงานภาคีเครือข่ายพันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อม นักเรียนและประชาชนทั่วไป เข้าร่วมงาน
พล.ต.ต. นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษา รมว.ทส. กล่าวว่า ป่าไม้ไม่ได้เป็นเพียงทรัพยากรด้านสิ่งแวดล้อมที่ช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจกและบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเท่านั้น ซึ่งในปี 2569 นี้ วันป่าไม้สากลได้ให้ความสำคัญกับบทบาทของป่าไม้ในเชิงเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างงาน สร้างรายได้ และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ นอกจากนี้ การเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองด้วยการปลูกต้นไม้ตามสถานที่ต่าง ๆ ก็จะช่วยสร้างความร่มรื่น ช่วยดูดซับมลพิษและฝุ่นละอองในเมืองได้อีกด้วย ซึ่งนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้ความสำคัญและผลักดันนโยบาย BCG Model (Bio-Circular-Green Economy) ของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากฐานทรัพยากรชีวภาพควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ ความสำคัญกับการเพิ่มพื้นที่ป่าและการฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างยั่งยืน เพื่อตอบโจทย์ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน นอกจากนี้ ประเทศไทยยังพร้อมแสดงบทบาทผู้นำในเวทีโลกผ่านความร่วมมือกับองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และ UNFF เพื่อผลักดันการบริหารจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนร่วมกับประชาคมโลก
จากการลดน้อยลงของทรัพยากรป่าไม้ องค์การสหประชาชาติได้เห็นถึงความสำคัญจึงกำหนดให้วันที่ 21 มีนาคมของทุกปี เป็นวันป่าไม้สากล (International Day of Forests) เพื่อส่งเสริมให้ทั่วโลกตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรป่าไม้ โดยในปี 2569 นี้ ได้ชูประเด็น “Forests and Economies ป่าไม้และเศรษฐกิจ” เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานของกระทรวงฯ ที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรป่าไม้เป็นฐานรากสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับฐานรากจนถึงระดับประเทศ ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้วางนโยบายเชิงยุทธศาสตร์เพื่อยกระดับการบริหารจัดการป่าไม้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ผ่านการผลักดันโมเดลเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของประเทศ รวมถึงการขับเคลื่อนกลไกคาร์บอนเครดิตจากภาคป่าไม้เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของประเทศไทยในอนาคต














































