รองอธิบดีกรมป่าไม้ นำคณะผู้บริหารเข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลน้อมรำลึก เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2569 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

วันที่ 12 ตุลาคม 256969 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ชกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

อธิบดีกรมป่าไม้ มอบหมายให้ ดร.พงศ์พยัคฆ์ ศรียา รองอธิบดีกรมป่าไม้ นายเผด็จ พวงจำปา ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง และคณะผู้บริหารกรมป่าไม้ เข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อน้อมรำลึกเนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2569 โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี มีนางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ทส. และผู้บริหารในสังกัด เข้าร่วมในพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยและผืนป่าไม้ไทย

ในการนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส. เป็นประธานประกอบพิธีการทางศาสนาและพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เพื่อแสดงความจงรักภักดีและแสดงความระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ซึ่งจัดให้มีพิธีสงฆ์ โดยนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 10 รูป ร่วมเจริญพระพุทธมนต์ และมีการบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานร่วมกันของคณะผู้บริหาร เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล”

กรมป่าไม้ ร่วมเป็นเจ้าภาพกับ ทส. ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ฯ”

วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลา 19.00 น. ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ มอบหมายให้นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ นายเผด็จ พวงจำปา ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง และผู้บริหารระดับสูงของกรมป่าไม้ เข้าร่วมพิธีฯ โดยมีดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงฯ ร่วมวางพวงมาลาถวายราชสักการะ และร่วมเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาทั้งนี้ กรมป่าไม้น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชน โดยเฉพาะพระกรณียกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนไทย

กรมป่าไม้ ยกระดับมาตรการเข้ม! ประชุมด่วนสั่งการ สจป.ทั่วประเทศ เตรียมแผนรับมือสถานการณ์อุทกภัย ตามนโยบาย รมว.ทส.

วันที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุม 1 กรมป่าไม้

นายเผด็จ พวงจำปา ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง เข้าร่วมประชุมเตรียมแผนรับมือสถานการณ์อุทกภัย ตามนโยบาย รมว.ทส. กรมป่าไม้ จัดประชุมด่วนเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยในฤดูฝน ปี 2569 และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยของกรมป่าไม้ โดยมี นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ในฐานะประธานกรรมการคณะกรรมการอำนวยการจัดตั้งศูนย์ประสานงานและช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน มีนายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ ดร.พงศ์พยัคฆ์ ศรียา รองอธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วยผู้บริหารส่วนกลาง เข้าร่วมประชุม และประชุมทางไกล (Video Conference) ไปยังสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ (สจป.) ที่ 1–13 และสาขาทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อเตรียมแผนการรับมือสถานการณ์อุทกภัย ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้หน่วยงานในสังกัดวางแผนรับมือกับสถานการณ์ ตลอดจนรายงานสถานการณ์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในพื้นที่ 30 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ซึ่งแจ้งว่าในช่วงฤดูฝนปี 2569 มีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักสะสม น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนและพื้นที่ป่าไม้ ซึ่งกรมป่าไม้จึงต้องเร่งประเมินความเสี่ยงและเตรียมความพร้อมช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ อธิบดีกรมป่าไม้ได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบถึงมาตรการรับมือที่กรมป่าไม้กำหนดไว้ พร้อมมอบหมายให้สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่าเป็นหน่วยงานหลักในการอำนวยการและประสานงาน รวมทั้งกำชับให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ทั่วประเทศ ถือปฏิบัติตามแนวทางเชิงรุกอย่างเข้มงวด ผ่านมาตรการรับมือ 12 ด้านสำคัญ ได้แก่

1. การจัดตั้งระบบติดตามและบัญชาการเหตุการณ์ เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำหนดผู้รับผิดชอบและช่องทางประสานงานที่ชัดเจน ในการวิเคราะห์ข้อมูลเสนอผู้บริหารสั่งการได้รวดเร็ว หากสถานการณ์รุนแรงหรือกระทบวงกว้าง ให้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ตามระดับความรุนแรง เพื่อการสั่งการที่เป็นเอกภาพและลดความซ้ำซ้อน

2. จัดทำและปรับปรุงฐานข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัย ให้สำรวจและจัดทำข้อมูลพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่ม และพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ พร้อมจัดทำข้อมูลสำคัญ ได้แก่ จุดเสี่ยงและพื้นที่เฝ้าระวัง ชุมชนหรือประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบ เส้นทางเข้า–ออกและเส้นทางสำรอง จุดปลอดภัยหรือพื้นที่รองรับการช่วยเหลือ พิกัดเครื่องจักรกล ยานพาหนะ และอุปกรณ์ช่วยเหลือ รายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ผู้รับผิดชอบ โดยให้ข้อมูลดังกล่าวเป็นปัจจุบันและสามารถนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ

3. เตรียมความพร้อมด้านกำลังพล โดยจัดทำบัญชีกำลังเจ้าหน้าที่ที่สามารถสนับสนุนภารกิจในกรณีเกิดอุทกภัย พร้อมกำหนดผู้รับผิดชอบและจัดระบบเวรเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยง กรณีเกิดเหตุ ให้สามารถระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือประชาชนและสนับสนุนภารกิจของจังหวัดหรือหน่วยงานในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว

4. ตรวจสอบความพร้อมของเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ ขอให้ตรวจสอบและเตรียมความพร้อมของเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ อาทิ รถยนต์และรถบรรทุก เครื่องจักรกลสำหรับเปิดเส้นทางและแก้ไขสิ่งกีดขวาง เรือและอุปกรณ์ช่วยเหลือทางน้ำ เครื่องสูบน้ำ เครื่องตัดและเลื่อยยนต์ที่ใช้สำหรับเปิดเส้นทาง อุปกรณ์ส่องสว่างวิทยุสื่อสารและอุปกรณ์สื่อสาร อุปกรณ์ปฐมพยาบาลและอุปกรณ์ช่วยชีวิต

5. จัดทำแผนระดมเครื่องจักรและทรัพยากรให้จัดทำบัญชีเครื่องจักร ยานพาหนะ เรือ และอุปกรณ์ช่วยเหลือที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่ พร้อมกำหนดแนวทางการระดมทรัพยากรข้ามหน่วยงานเมื่อเกิดสถานการณ์รุนแรง โดยหลักสำคัญ คือ เมื่อเกิดเหตุ ต้องรู้ทันทีว่าเครื่องมืออยู่ที่ไหน ใครเป็นผู้รับผิดชอบ และสามารถนำเข้าพื้นที่ได้เมื่อใด

6. เฝ้าระวังและแจ้งเตือนสถานการณ์ ให้ติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำ และประกาศแจ้งเตือนภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง หากพบว่าพื้นที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีสัญญาณผิดปกติ ให้รีบแจ้งเตือนประชาชนและประสานฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

7. บูรณาการกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ประสานการปฏิบัติงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยงานด้านน้ำ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยให้ สจป. 1-13 และสาขาทุกสาขาสนับสนุนภารกิจตามอำนาจหน้าที่ และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการช่วยเหลือประชาชน

8. ใช้ระบบ “One Report” ในการรายงานสถานการณ์ขอให้การรายงานสถานการณ์เป็นระบบเดียวกัน

9. ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชน เมื่อเกิดเหตุขอให้เจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนและช่วยเหลือประชาชนเป็นลำดับแรก และหลักความปลอดภัย โดยเฉพาะกรณีประชาชนติดอยู่ในพื้นที่ เส้นทางถูกตัดขาด หรือมีความจำเป็นต้องใช้ยานพาหนะ เรือ เครื่องจักรกล หรือกำลังเจ้าหน้าที่ในการช่วยเหลือ ให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและดำเนินการโดยเร็ว

10. ให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่เป็นอันดับแรก โดยกำชับเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ในการช่วยเหลือประชาชนต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว แต่ต้องไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่ โดยประเมินสถานการณ์และความปลอดภัย หากพื้นที่มีความเสี่ยงสูง ให้ประสานหน่วยงานที่มีความพร้อมและอุปกรณ์เฉพาะทางเข้าดำเนินการร่วมกัน

11. สื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นเอกภาพขอให้ประชาสัมพันธ์สถานการณ์ด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นข้อมูลเดียวกัน โดยให้ตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่ และมอบหมายผู้รับผิดชอบด้านการสื่อสารอย่างชัดเจน

12. สรุปผลรายงานภายหลังเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย โดยให้ทุกหน่วยงานสรุปการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค ความเสียหาย การใช้ทรัพยากร และข้อเสนอแนะ เพื่อปรับปรุงแผนป้องกันและรับมืออุทกภัยของกรมป่าไม้ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

อธิบดีกรมป่าไม้ กำชับให้เจ้าหน้าที่พร้อมปฏิบัติงานอย่างเต็มศักยภาพ โดยปรับเปลี่ยนจากการตั้งรับมาเป็นการทำงานเชิงรุกภายใต้แนวคิด “อย่ารอให้เกิดเหตุแล้วจึงเตรียมพร้อม” แต่ต้อง “รู้ก่อน – เตรียมก่อน – แจ้งเตือนก่อน – เข้าถึงพื้นที่ให้เร็ว – ช่วยเหลือประชาชนให้ทัน” พร้อมยืนยันความพร้อมของกรมป่าไม้ทั้งมิติ “คน เครื่องมือ ข้อมูล และระบบบัญชาการ” ที่จะร่วมมือกันเป็นหนึ่งเดียวในการเข้าช่วยเหลือประชาชนในทุกวิกฤตอุทกภัยอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

กรมป่าไม้ จัดประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานวันปิยมหาราช ประจำปี พ.ศ. 2569

วันที่ 23 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 1 กรมป่าไม้

สำนักบริหารกลาง โดยนายเผด็จ พวงจำปา ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง เข้าร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานวันปิยมหาราช ประจำปี พ.ศ. 2569 ในครั้งนี้นายสุพจน์ ภู่รัตนโอภา รองอธิบดีกรมป่าไม้ มอบหมายให้ นางสาวพจนีย์ พจนะลาวัณย์ ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ เป็นประธานการประชุม โดยมีนางวรพรรณ หิมพานต์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการส่งเสริมการปลูกป่า ทำหน้าที่ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ ผู้บริหารกรมป่าไม้ และผู้แทนจากหน่วยงานส่วนกลาง เข้าร่วมประชุม เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดงานพิธีวางพวงมาลาเนื่องในวันปิยมหาราชให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดงานวันปิยมหาราช ประจำปี พ.ศ. 2569 และกำหนดการพิธีวางพวงมาลาฯ ตลอดจนรูปแบบการจัดงาน โดยฝ่ายเลขาได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบ ในการเชิญหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมในพิธี โดยมี  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หน่วยงานย่านพหลโยธิน และหน่วยงานในสังกัดกรมป่าไม้ นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาร่างการมอบหมายภารกิจความรับผิดชอบในการจัดพิธี ให้แก่คณะกรรมการและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทุกฝ่ายมีแนวทางการปฏิบัติงาน พร้อมกันนี้ ประธานได้กำชับให้คณะทำงานได้ศึกษาระเบียบในการเบิกจ่ายงบประมาณอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความถูกต้องตามระเบียบทางราชการ เพื่อให้การจัดงานวันปิยมหาราช ประจำปี พ.ศ. 2569 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

กรมป่าไม้ จัดโครงการปฐมนิเทศข้าราชการบรรจุใหม่ รุ่นที่ 3/2569 มุ่งเสริมสร้างความรู้ วินัย และคุณธรรมในการปฏิบัติราชการ

วันที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม อาคารเทียมคมกฤส กรมป่าไม้

นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ มอบหมายให้ นายอำนาจ สุสุทธิ ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ เป็นประธานเปิดโครงการปฐมนิเทศข้าราชการบรรจุใหม่ รุ่นที่ 3/2569 โดยมีนายเผด็จ พวงจำปา ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการ

ในโอกาสนี้ ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ ได้กล่าวให้โอวาทและมอบแนวทางการปฏิบัติราชการแก่ข้าราชการบรรจุใหม่ จำนวน 46 ราย โดยเน้นย้ำให้ยึดมั่นในระเบียบ กฎหมาย แบบแผนที่เกี่ยวข้อง และยึดความถูกต้องเป็นหลัก ในการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนยึดมั่นในหลักคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อเป็นหลักในการทำงานให้กับกรมป่าไม้และเกิดประโยชน์ต่อประชาชน นอกจากนี้ การอบรมดังกล่าวได้รับเกียรติจากผู้บริหารกรมป่าไม้ในการเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน ได้แก่ เรื่อง วิสัยทัศน์ พันธกิจ วัฒนธรรม โครงสร้างองค์กร และความสำคัญของภารกิจกรมป่าไม้ ตลอดจนเรื่องวินัยและการรักษาวินัยของข้าราชการ และสิทธิประโยชน์ สวัสดิการข้าราชการ

ทั้งนี้ โครงการปฐมนิเทศข้าราชการบรรจุใหม่ จะเป็นการเตรียมความพร้อมทั้งด้านความรู้ ทักษะ วินัย และคุณธรรมจริยธรรม ให้แก่ข้าราชการใหม่ เพื่อให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น ซื่อสัตย์สุจริต และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกรมป่าไม้

กรมป่าไม้ เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมจัดพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2569

วันที่ 14 สิงหาคม 2564 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 1 อาคารเทียมคมกฤส กรมป่าไม้

นายสุพจน์ ภู่รัตนโอภา รองอธิบดีกรมป่าไม้ ในฐานะประธานกรรมการ เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน กรมป่าไม้ ประจำปีพุทธศักราช 2569 ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนางวรพรรณ หิมพานต์ ทำหน้าที่ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ นายเผด็จ พวงจำปา ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง ในฐานะกรรมการและเลขานุการ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับหน่วยงานจากส่วนภูมิภาค เข้าร่วมการประชุมผ่านระบบ Zoom meeting เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดงานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

สำหรับพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานในปีนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานผ้าพระกฐินให้กรมป่าไม้นำไปทอดถวาย ณ วัดเจ็ดยอด ต.เวียง อ.เมืองเชียงราย
จ.เชียงราย ในวันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2569 โดยที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาประเด็นสำคัญ ในเรื่องการเตรียมความพร้อม ริ้วขบวนอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน ที่จะใช้เส้นทางเคลื่อนขบวนจากโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม
ไปยังวัดเจ็ดยอด ระยะทางประมาณ 1.2 กิโลเมตร การจัดพิธีสมโภชองค์ผ้าพระกฐินพระราชทาน และการจัดสรรบัตรเชิญสำหรับงานพิธี นอกจากนี้ได้พิจารณามอบหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะทำงานแต่ละฝ่าย เพื่อความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ

กรมป่าไม้ รวมใจจิตอาสา บรรจุ “เมล็ดพระเจ้าห้าพระองค์” เตรียมมอบเป็นของที่ระลึกงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันที่ 11 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 น. ณ ห้องพิพิธภัณฑ์กรมป่าไม้ อาคารเทียมคมกฤส

นายเผด็จ พวงจำปา ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง เข้าร่วมกิจกรรมน้อมดวงใจรวมใจจิตอาสา บรรจุ “เมล็ดพระเจ้าห้าพระองค์” โดยมีนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมนางวรพรรณ หิมพานต์ ทำหน้าที่ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ น้อมดวงใจร่วมกิจกรรมจิตอาสา “บรรจุเมล็ดพระเจ้าห้าพระองค์” ที่กรมป่าไม้ได้จัดเตรียมเพื่อมอบเป็นของที่ระลึกให้แก่ผู้เข้าร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ทั้งนี้ อธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมคณะผู้บริหารได้ร่วมบรรจุเมล็ดไม้มงคล ร่วมกับเจ้าหน้าที่จิตอาสาที่หมุนเวียนกันมา
ร่วมทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความจงรักภักดีและความสามัคคี สำหรับ “เมล็ดพระเจ้าห้าพระองค์” ถือเป็นไม้มงคลชั้นสูงที่มีความหมายลึกซึ้งและหาได้ยาก มีพุทธคุณช่วยคุ้มครองป้องกันภัยและนำพาความร่มเย็นเป็นสุขมา
สู่ผู้บูชา ซึ่งกรมป่าไม้ได้จัดเตรียมและนำมาบรรจุลงกล่องของที่ระลึกอย่างประณีตเพื่อให้สมพระเกียรติอย่างสูงสุด ซึ่งกิจกรรมจิตอาสาดังกล่าวจะดำเนินไปทุกวัน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับงานพระราชพิธีสำคัญในครั้งนี้

กรมป่าไม้ ประชุมคณะกรรมการจัดงานวันสถาปนากรมป่าไม้ ครบรอบ 130 ปี ครั้งที่ 1/2569

วันที่ 10 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 2 อาคารเทียมคมกฤส กรมป่าไม้

นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ มอบหมายให้ นายสุพจน์ ภู่รัตนโอภา รองอธิบดีกรมป่าไม้ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดงานวันสถาปนากรมป่าไม้ ครบรอบ 130 ปี ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายเผด็จ พวงจำปา ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง เข้าร่วม โดยมีนางวรพรรณ หิมพานต์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการส่งเสริมการปลูกป่า ทำหน้าที่ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ ผู้บริหารกรมป่าไม้ ผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัดกรมป่าไม้ส่วนกลาง เข้าร่วม และผู้แทนจากสจป.ที่ 1-13 และสาขา ร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference โดยที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาหัวข้อการจัดงานวันสถาปนากรมป่าไม้ รูปแบบ รายละเอียด และกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงได้มอบหมายงานให้แก่หน่วยงานในสังกัดไปดำเนินการเพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดงานวันสถาปนากรมป่าไม้ ครบรอบ 130 ปี โดยกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 18 กันยายน 2569

การจัดงานครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานสถาปนากรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 และระลึกถึงเจ้าหน้าที่ผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติงานเพื่อปกป้องรักษาผืนป่า อีกทั้งเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติแก่บุคลากรกรมป่าไม้ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ในการป้องกัน ดูแล รักษาทรัพยากรป่าไม้ ให้มีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน รวมถึงเพื่อเชิดชูเกียรติให้แก่ภาคีเครือข่ายการดำเนินงานของกรมป่าไม้ที่มีผลงานดีเด่น ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนแนวทางการปฏิบัติงานระหว่างบุคลากรกรมป่าไม้และภาคีเครือข่ายในการดำเนินงาน ยกระดับความร่วมมือการปกป้อง รักษาพื้นที่ป่าไม้ของประเทศให้มีความอุดมสมบูรณ์ รักษาไว้ให้เป็นสมบัติของรุ่นลูกหลานสืบไป

ผู้บริหารกรมป่าไม้ ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร อุทิศถวาย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ฯ

วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 07.30 น. ณ ห้องประชุมศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

อธิบดีกรมป่าไม้ มอบหมายให้ นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ นายเผด็จ พวงจำปา ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง พร้อมด้วย ผู้บริหารกรมป่าไม้ เข้าร่วมกิจกรรม เข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (ครบ 50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมี นายประเสริฐ ศิรินภาพร รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน มีผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ ทส. ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ส่วนราชการในสังกัด ทส. เข้าร่วมพิธี โดยประธานจุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย จุดเทียนธูปเครื่องทองน้อย หน้าพระฉายาลักษณ์ พระสงฆ์ 10 รูป อาราธนาพระปริตร สวดพระพุทธมนต์ ประธานสงฆ์กล่าวสัมโมทนียกถานำเจริญจิตตภาวนาอุทิศถวายเป็นพระราชกุศล เป็นเวลา 47 วินาที

กรมป่าไม้ ร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด

วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เวลา 07.45 น. ณ มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด กรุงเทพฯ

อธิบดีกรมป่าไม้ มอบหมายให้ นายเผด็จ พวงจำปา ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง เข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 โดยมี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานมูลอนุรักษ์นิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เป็นประธาน มีที่ปรึกษา คณะกรรมการ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ผู้แทนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ทหาร ผู้แทนภาคเอกชน นักเรียน เข้าร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักระ ถวายราชสดุดี ถวายพระพรชัยมงคลเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

กรมป่าไม้ ร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.30 น. ณ ห้องประชุมศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช อาคารกรมควบคุมมลพิษ

นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ มอบหมายให้นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ นายเผด็จ พวงจำปา ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง พร้อมด้วย ผู้บริหาร ข้าราชการกรมป่าไม้ เข้าร่วมกิจกรรมพิธีถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 โดยมี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี มีคณะผู้บริหารระดับสูง หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการในสังกัดกระทรวงฯ ร่วมใจเข้าร่วมประกอบพิธี โดยประธานในพิธีได้เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ ถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และกล่าวถวายพระพรชัยมงคลเพื่อแสดงความจงรักภักดีในสถาบันพระมหากษัตริย์ และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้นำกล่าวคำปฏิญาณตนเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ร่วมกับคณะผู้บริหาร ตลอดจนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัด ร่วมถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ประจำปี 2569 โดยพร้อมใจกันแสดงความมุ่งมั่นแน่วแน่ในการประพฤติตนเป็นข้าราชการที่ดี ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท ตลอดจนร่วมขับเคลื่อนมาตรการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติอย่างยั่งยืน

กรมป่าไม้ ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 “สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์”

วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 เวลา 07.00 น. ณ บริเวณริมคลองสวนสาธารณะป้อมมหากาฬ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ มอบหมายให้นายเผด็จ พวงจำปา ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง พร้อมด้วย ผู้บริหารกรมป่าไม้ เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนริมคลองเกาะรัตนโกสินทร์และคนไร้ที่พึ่ง “สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์” ซึ่งจัดขึ้นภายใต้โครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธี มีนางสาวปรีญาพร สุวรรณเกษ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายเผด็จ ลายทอง รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้บริหาร และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เข้าร่วม

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงออกถึงความจงรักภักดี ตลอดจนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยภายในงานมีพิธีทำบุญตักบาตรทางเรือกับพระภิกษุสงฆ์จาก 3 เส้นทางสายน้ำสำคัญ รวม 225 รูป ประกอบด้วย คลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ คลองแสนแสบ และคลองเปรมประชากร ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีทำบุญตักบาตร ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ โดยร่วมปลูกต้นลำดวน จำนวน 15 ต้น บริเวณสวนสาธารณะป้อมมหากาฬ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างความร่มรื่นให้แก่พื้นที่สาธารณะ ทั้งนี้ในส่วนกรมป่าไม้ ได้เข้าร่วมจัดนิทรรศการ เพิ่มพื้นที่สีเขียว สืบสานพระราชปณิธาน ตามพระบรมราโชบาย และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของกรมป่าไม้ พร้อมนำกล้าไม้ที่มีดอกสีเหลืองคุณภาพดี มาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาร่วมงาน เพื่อนำไปปลูกเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว นอกจากนี้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ร่วมกันจัดแสดงนิทรรศการและเผยแพร่ภารกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อีกด้วย