รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นายสุชาติ ชมกลิ่น) ได้มอบหมายให้พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่หัวหน้าคณะผู้แทนไทย ในการเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านป่าไม้ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ (2026 APEC Ministerial Meeting on Forestry: MMRF6) ระหว่างวันที่ 27-28 กรกฎาคม 2569 ณ เมืองเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมด้วยนางสาวดาริกา ศรัณย์เกตุ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางสาวพลอยลภัสร์ สิงห์โตทอง ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
โดยจีนได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านป่าไม้ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ ภายใต้แนวคิดหลัก “Towards a Green Asia-Pacific and Ecological Well-being for All” โดยทั้ง 21 เขตสมาชิกเอเปคที่เข้าร่วมการประชุม ได้ร่วมกันหารือในการเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อบรรลุเป้าหมายป่าไม้โลก โดยการเสนอแนะเชิงนโยบายและแผนปฏิบัติการเพื่อเพื่อเสริมสร้างการอนุรักษ์ป่าไม้และการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตลอดจนนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและการจัดการป่าไม้ที่ยั่งยืน ทั้งนี้ ไทย ได้นำเสนอการดำเนินงานด้านการป่าไม้ของไทยที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการทำไม้ที่ผิดกฎหมาย และมีนโยบายในการส่งเสริมการค้าไม้ที่ถูกต้องตามกฎหมายและยั่งยืน ตลอดจนการดำเนินงานตามรูปแบบ BCG Model ซึ่งไทยได้ผลักดันในช่วงที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม APEC และจัดการประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านการป่าไม้ ครั้งที่ 5 เมื่อ ปี พ.ศ. 2565 มาใช้เป็นกรอบการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ โดยมุ่งให้การอนุรักษ์ป่าไม้เป็นฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจ ทั้งนี้ไทยได้ประกาศความพร้อมในการสนับสนุนความร่วมมมือด้านการป่าไม้ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านป่าชุมชน การบูรณาการ BCG Model กับนโยบายป่าไม้ และการประยุกต์ใช้นวัตกรรมในภาคการป่าไม้ ตลอดจนยืนยันความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการร่วมมือกับสมาชิก APEC เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาที่ยั่งยืนของภูมิภาค
ทั้งนี้ รัฐมนตรีที่รับผิดชอบด้านการป่าไม้ จากเขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปค ทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจสมาชิก ได้เห็นพ้องต้องกันในการยกระดับความร่วมมือด้านป่าไม้ในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยี สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการบริหารจัดการป่าไม้ ผลักดันการฟื้นฟูระบบนิเวศ รวมทั้งป่าชายเลน ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สนับสนุนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การประชุมดังกล่าวมีประเด็นที่สอดคล้องกับนโยบายด้านการป่าไม้ของไทย ที่สามารถดำเนินการเพื่อสนับสนุนความร่วมมือในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เช่น การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้, การจัดการไฟป่า, การฟื้นฟูป่าชายเลน, Forest Landscape Restoration (FLR) ,การใช้ Remote Sensing และ AI, ในการบริหารจัดการป่า Carbon Sink และ Carbon Credit เป็นต้น
นอกจากนี้ภายในการจัดการประชุมดังกล่าว ทางจีนในฐานะเจ้าภาพของการประชุม ได้จัดให้มีการจัดนิทรรศการและการสาธิตนวัตกรรมด้านป่าไม้และระบบนิเวศ เช่น หุ่นยนต์บริการและหุ่นยนต์ AI, โดรนสำหรับการจัดการป่าไม้, ระบบตรวจติดตามทรัพยากรธรรมชาติ, Smart Ecology, Smart Forestry, เทคโนโลยีเมืองสีเขียว (Green City Technologies) เป็นต้น
การจัดแสดงนิทรรศการในระหว่างการประชุม
Shenzhen Museum of Contemporary Art and Urban Planning (MOCAUP) เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมืองเซินเจิ้น ตั้งอยู่ในย่าน Futian ใจกลางเมือง โดยเป็นการรวมพิพิธภัณฑ์ 2 แห่งไว้ในอาคารเดียว ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย (Museum of Contemporary Art) และพิพิธภัณฑ์ผังเมือง (Museum of Urban Planning)
แนวคิด “Art+City” ของพิพิธภัณฑ์เชื่อมโยงศิลปะร่วมสมัยเข้ากับการพัฒนาเมือง ทำให้เป็นทั้งพื้นที่จัดแสดงงานศิลป์และศูนย์เรียนรู้การวางผังเมืองของเซินเจิ้นในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต โดยมีการจัดแสดงวิวัฒนาการของเมืองเซินเจิ้น ตั้งแต่หมู่บ้านประมงเล็ก ๆ ในทศวรรษ 1980 สู่มหานครนวัตกรรมระดับโลก พร้อมโมเดลเมืองขนาดใหญ่ แผนผังการพัฒนา และเทคโนโลยีมัลติมีเดียที่ช่วยอธิบายแนวคิดด้านการวางผังเมือง ผนวกกับการจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียนของศิลปินจีนและนานาชาติ ครอบคลุมงานจิตรกรรม ประติมากรรม ศิลปะดิจิทัล และสื่อผสม เพื่อสะท้อนประเด็นร่วมสมัยของสังคมและเมือง
มุมมองด้านป่าไม้และการวางแผนเมือง ได้นำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับเมืองสีเขียว (Green City), การวางผังเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารจัดการเมือง,การผสานพื้นที่สีเขียวเข้ากับการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน เป็นต้น ซึ่งแนวคิดเหล่านี้เชื่อมโยงกับการบริหารจัดการภูมิทัศน์ป่าไม้และการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนได้เป็นอย่างดี
Smart Forestry Theater และ Robot Boulevard
ในช่วงปี 2026 เมืองเซินเจิ้นได้พัฒนาแหล่งเรียนรู้และสาธิตเทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์หลายแห่ง ซึ่งสะท้อนวิสัยทัศน์ของเมืองในการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมระดับโลก โดยเฉพาะ Smart Forestry Theater และ Robot Boulevard ที่เหมาะสำหรับผู้สนใจด้านเทคโนโลยี การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ
- Smart Forestry Theater
Smart Forestry Theater เป็นโรงละครดิจิทัลแบบ Immersive ที่ใช้เทคโนโลยีภาพ เสียง และสื่อโต้ตอบ เพื่อถ่ายทอดแนวคิดการบริหารจัดการป่าไม้อัจฉริยะ (Smart Forestry) เช่น การจำลองป่าไม้แบบ 3 มิติ (Digital Twin Forest), การใช้ AI วิเคราะห์สุขภาพป่าไม้และตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่า, การสาธิตการใช้ดาวเทียม โดรน และ LiDAR ในการสำรวจทรัพยากรป่าไม้, การแสดงสถานการณ์จำลองการเฝ้าระวังและรับมือไฟป่า, การนำเสนอข้อมูลการกักเก็บคาร์บอนและการฟื้นฟูระบบนิเวศผ่านภาพเสมือนจริง ซึ่งเทคโนโลยีที่นำเสนอประกอบด้วย Artificial Intelligence (AI), Internet of Things (IoT), Remote Sensing, Big Data Analytics, GIS, UAV/Drone, Cloud Computing
สำหรับประเทศไทย แนวคิดนี้สามารถประยุกต์ใช้เป็นศูนย์เรียนรู้ด้าน Smart Forestry เพื่อสนับสนุนการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ การสื่อสารกับประชาชน และการนำเสนอข้อมูลด้านการจัดการไฟป่า การติดตามทรัพยากรป่าไม้ และคาร์บอนเครดิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- Robot Boulevard
Robot Boulevard ตั้งอยู่ในเขต Longgang ภายในโครงการ Galaxy WORLD Robot Block ซึ่งได้รับการพัฒนาให้เป็น ย่านหุ่นยนต์แห่งแรกของจีน (China’s First Robot Block) เปิดใช้งานในปี 2026 เพื่อเป็นพื้นที่สาธิตนวัตกรรมด้านหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ เป็นพื้นที่ที่รวบรวมทั้งการจัดแสดง การทดลองใช้งาน และการทดสอบเทคโนโลยีหุ่นยนต์ในชีวิตจริง เช่น หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robots), หุ่นยนต์บริการและหุ่นยนต์บาริสต้า, โดรนส่งสินค้า, รถทำความสะอาดอัตโนมัติ, หุ่นยนต์รักษาความปลอดภัย
นอกจากนี้แล้วยังมีการจัดการแสดง เช่น หุ่นยนต์เต้น การแสดงไทเก๊ก กังฟู วงดนตรีหุ่นยนต์ การแข่งขันฟุตบอลหุ่นยนต์ การสาธิตการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์
การเยี่ยมชม Smart Forestry Theater และ Robot Boulevard ช่วยให้เห็นตัวอย่างการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่สามารถต่อยอดสู่การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เช่น AI ใข้ในการวิเคราะห์สุขภาพป่าและตรวจจับการบุกรุก, Drone ใช้ในการสำรวจพื้นที่ป่าและประเมินความเสียหาย, Robot สามารถสนับสนุนการลาดตระเวนและตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง, Digital Twin สามารถจำลองสภาพป่าเพื่อวางแผนการจัดการ, IoT ใช้ในการติดตามข้อมูลสิ่งแวดล้อมแบบเรียลไทม์ และBig Data ใช้สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย
Dasha River Ecological Corridor เป็นหนึ่งในโครงการฟื้นฟูลำน้ำและพื้นที่สีเขียวในเมืองที่ประสบความสำเร็จที่สุดของจีน และได้รับการยกย่องว่าเป็นต้นแบบของการพัฒนาเมืองที่ผสานการฟื้นฟูระบบนิเวศเข้ากับคุณภาพชีวิตของประชาชน ลำน้ำ Dasha River ไหลผ่านเขต Nanshan จากบริเวณอ่างเก็บน้ำ Changlingpi ลงสู่ Shenzhen Bay โดยโครงการฟื้นฟูได้พัฒนาเป็นระเบียงสีเขียว (Ecological Corridor) ความยาวประมาณ 13.7 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่กว่า 950,000 ตารางเมตร
จุดเด่นของ Dasha River เป็นตัวอย่างการฟื้นฟูลำน้ำในเมือง (Urban Ecological Restoration)
เดิมพื้นที่แห่งนี้เคยประสบปัญหามลพิษจากน้ำเสียและการขยายตัวของเมือง แต่ได้รับการฟื้นฟูให้กลับมาเป็นลำน้ำธรรมชาติที่มีคุณภาพ พร้อมเพิ่มพื้นที่สีเขียวและถิ่นอาศัยของสัตว์น้ำและนกน้ำ จนกลายเป็น “ปอดสีเขียว” ของเขต Nanshan และพื้นที่ชุ่มน้ำและความหลากหลายทางชีวภาพ
เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจในหลายด้าน ได้แก่ การฟื้นฟูลำน้ำในเขตเมือง (River Restoration) การจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetland Restoration) การเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การออกแบบเมืองที่คำนึงถึงระบบนิเวศ (Ecological Urban Planning) การสร้างพื้นที่นันทนาการโดยไม่ลดทอนคุณค่าทางธรรมชาติ
ความเป็นมา
ในปี 2560 องค์การสหประชาชาติได้กำหนดเป้าหมายป่าไม้โลกสำหรับปี 2573 โดยมีตัวชี้วัดเฉพาะ จำนวน 6 ข้อ รวมถึงการเพิ่มพื้นที่ป่าทั่วโลกให้ได้ร้อยละ 3 ภายในปี 2573 ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีพื้นที่ป่าไม้โดยประมาณคิดเป็นร้อยละ 54.5 ของพื้นที่ป่าไม้ทั้งหมดของโลก ตั้งแต่ปี 2550 ถึง 2563 เขตเศรษฐกิจเอเคปมีพื้นที่ป่าไม้เพิ่มขึ้นสุทธิจำนวน 27.9 ล้านเฮกตาร์ ซึ่งเกินเป้าหมายพื้นที่ป่าไม้ของเอเปคในปี 2563 ดังนั้น เขตเศรษฐกิจเอเปคจึงยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพลิกฟื้นการลดลงของพื้นที่ป่าไม้ทั่วโลก อย่างไรก็ตาม การพัฒนาป่าไม้ทั่วทั้งภูมิภาคมีความไม่สม่ำเสมอ และเขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปคยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายประการ รวมถึงการเสื่อมโทรมของป่าไม้ การขยายตัวของเมืองและภาคการเกษตร รวมถึงการใช้ทรัพยากรอย่างไม่เหมาะสม เมื่อการขยายตัวของเมืองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปคจึงต้องเผชิญความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนด้วยการจัดการป่าไม้ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสม
ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นพื้นที่ของป่าชายเลนที่มีความหนาแน่นมากที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่ 7.643 ล้านเฮกตาร์ ซึ่งมีจำนวนโดยประมาณคิดเป็นร้อยละ 48 ของพื้นที่ป่าชายเลนทั่วโลก การอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างชาญฉลาดจากป่าชายเลนและระบบนิเวศอื่น ๆ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการพัฒนาชุมชนประกอบกับการสร้างผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างการอนุรักษ์และการพัฒนา จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
นับตั้งแต่การประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านป่าไม้ครั้งแรกจัดขึ้นที่เมืองปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อปี 2554 เขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปคได้บรรลุผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจผ่านการเจรจาเชิงนโยบายระดับสูงและความร่วมมือเชิงปฏิบัติการในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ความพยายามเหล่านี้ได้มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
การประชุมเอเปคในปี 2569 ซึ่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเจ้าภาพภายใต้หัวข้อ “Building an Asia-Pacific Community to Prosper Together” ได้กำหนดลำดับความสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ openness, innovation, and cooperation โดยระยะเวลา 15 ปี หลังจากการประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านป่าไม้ครั้งแรก สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้กำหนดจะเป็นเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านป่าไม้ ปี 2569 ณ เมืองเซินเจิ้น ในระหว่งวันที่ 27-28 กรกฎาคม 2569 การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรักษาแรงกระตุ้นเชิงบวกของความร่วมมือด้านป่าไม้ของเอเปค ทบทวนความก้าวหน้าในการพัฒนาป่าไม้ในภูมิภาค และแสวงหาแนวทางร่วมกันในการเพิ่มการอนุรักษ์และการจัดการป่าไม้ ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้ ความพยายามเหล่านี้คาดว่าจะนำมาซึ่งความเป็นอยู่ที่ดีทางนิเวศวิทยาแก่ชุมชนท้องถิ่น ส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันทุกพื้นที่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และทำให้เอเปคมีส่วนร่วมในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
ข้อมูลพื้นฐาน
- แนวคิดหลัก
“Towards a Green Asia-Pacific and Ecological Well-being for All: สู่เอเชียแปซิฟิกสีเขียว
และสุขภาวะทางนิเวศวิทยาสำหรับทุกคน”ไม่ค่อยชอบคำแปล สุขภาวะ แต่ก็คงไว้ก่อน
- หัวข้อหลัก
เขตเศษฐกิจสมาชิกเอเปคจะได้รับเชิญให้กล่าวสุนทรพจน์ในหัวข้อต่อไปนี้
– ทบทวนความพยายามของประเทศต่างๆ ในการบรรลุเป้าหมายป่าไม้โลก และเสนอแนะนโยบายและแผนปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างการอนุรักษ์ป่าไม้และการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
– อภิปรายถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนและระบบนิเวศอื่นๆ และแบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดที่ก่อให้เกิดผลดีต่อทั้งการอนุรักษ์และการพัฒนา
– นวัตกรรมทางเทคโนโลยีและการจัดการป่าไม้ที่ยั่งยืน เสนอแนะแนวทางในการพัฒนาเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งส่งเสริมความร่วมมือในระดับภูมิภาค
- ผู้เข้าร่วม
รัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากหน่วยงานด้านป่าไม้หรือทรัพยากรธรรมชาติของเขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปค ตลอดจนผู้แทนจากสำนักเลขาธิการเอเปค และองค์กรป่าไม้ระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม