18 กันยายน วันสถาปนากรมป่าไม้



ความเป็นมา
ในสมัยก่อนป่าไม้ของประเทศมีความอุดมสมบูรณ์ประชากรก็มีไม่มากการทำไม้ส่วนใหญ่จะทำกันในป่าภาคเหนือคือถ้าผู้ใดประสงค์จะทำไม้ก็ขออนุญาตจากเจ้าของป่าซึ่งเป็นเจ้าของผู้ครองนครนั้นๆแล้วเข้าทำการตัดฟันไม้ต้นจะเล็กหรือใหญ่ก็ได้ทั้งสิ้นโดยจ่ายเพียงเงินตามจำนวนต้นที่ตัดฟันลงเรียกว่า “ค่าตอ” ไม่มีการบำรุงป่าและการควบคุมทางด้านวิชาการป่าไม้แต่อย่างใดเมื่อมีผู้ทำกิจการป่าไม้มากขึ้นเป็นโอกาสให้เจ้าของป่าขึ้นอัตราค่าตอใหม่รวมทั้งเรียกเงินพิเศษเป็น “ค่าเปิดป่า” ผู้ใดประมูลค่าเปิดป่าสูงผู้นั้นก็จะมีสิทธิ์เข้าทำไม้ในป่านั้นๆซึ่งทำให้เกิดกรณีพิพาทกันอยู่เสมอดังนั้นในปีพ.ศ.2417 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติเกี่ยวกับป่าไม้ 2 ฉบับคือพระราชบัญญัติรักษาเมืองและพระราชโองการว่าด้วยภาษีไม้ขอนสักและไม้กระยาเลยต่อมารัฐบาลได้ขอความช่วยเหลือไปยังรัฐบาลอินเดียของอังกฤษเพื่อขอยืมตัวผู้เชี่ยวชาญด้านป่าไม้ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีโดยเมื่อปีพ.ศ. 2438 ได้ส่งมร.เอชเสลดผู้เคยปฏิบัติงานอยู่ในกรมป่าไม้ของประเทศพม่าเดินทางไปสำรวจกิจกรรมป่าไม้สักของไทยในภาคเหนือแล้วเดินทางกลับกรุงเทพฯเพื่อเสนอรายงานผลการสำรวจป่าไม้ต่อกระทรวงมหาดไทยพร้อมกับได้ชี้ข้อบกพร่องต่างๆในกิจการป่าไม้ของประเทศไทยเมื่อกระทรวงมหาดไทยได้รับรายงานและได้พิจารณาเห็นชอบได้นำความกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเพื่อขอพระราชทานพระบรมราชวินิฉัยซึ่งได้ทรงพระราชดำริเห็นชอบและพระราชทานพระราชหัตถเลขาที่ 62/385 ลงวันที่ 18 กันยายนร.ศ.115 (พ.ศ.2439) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้นและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตั้งมร. เอชเสลดเป็นเจ้ากรมป่าไม้คนแรกนับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาทางราชการก็ได้ถือเอาวันที่ 18 กันยายนของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสถาปนากรมป่าไม้ตลอดมา
กิจกรรมในวันคล้ายวันสถาปนากรมป่าไม้
กรมป่าไม้จัดให้มีพิธีสงฆ์และพิธีถวายเครื่องราชสักการะพานพุ่มดอกไม้และธูปเทียนแพพระบรมรูปรัชการที่ 5 ณพระบรมราชานุสาวรีย์และวางพวงมาลาณอนุสาวรีย์วีรชนป่าไม้มอบโล่เกียรติคุณแก่ข้าราชการดีเด่นผู้เกษียณอายุและผู้ช่วยเหลือราชการกรมป่าไม้