วันวิสาขบูชาของทุกปีตรงกับวันต้นไม้ประจำปีแห่งชาติ



ความเป็นมา
วันต้นไม้ประจำปีครั้งแรกของโลกถือกำหนดร้อยกว่าปีในมลรัฐ NEBRASKA ประเทศสหรัฐอเมริกาโดยเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2515 มีประชาชนในมลรัฐ NEBRASKA ร่วมกันปลูกต้นไม้ได้กว่าหนึ่งล้านต้นและได้ถือปฏิบัติเป็นประเพณีสืบต่อมามลรัฐอื่นๆก็ได้ดำเนินการตามโครงการกำหนดวันต้นไม้ประจำปีของแต่ละมลรัฐขึ้นความคิดนี้ได้แพร่หลายไปทั่วโลกในประเทศไทยปีพ.ศ.2481 กรมป่าไม้เชิญชวนข้าราชการพ่อค้าและประชาชนร่วมกันปลูกต้นไม้ในวันชาติซึ่งตรงกับวันที่ 24 มิถุนายนปีพ.ศ.2484 กรมป่าไม้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ในส่วนภูมิภาคเป็นเจ้าหน้าที่ดำเนินการร่วมกับคณะกรรมการจังหวัดและอำเภอจัดให้มีการปลูกต้นไม้ขึ้นในวันชาติคือ 24 มิถุนายน 2484 ถือว่าเป็นวันต้นไม้ประจำปีอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทยปีพ.ศ. 2494 ที่ประชุมใหญ่ของ FAO มีมติให้ประเทศสมาชิกจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ประจำปีของแต่ละชาติแต่กรมป่าไม้ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2481 โดยถือเอาวันชาติเป็นวันต้นไม้อยู่แล้วจึงได้นำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีซึ่งมีมติให้ถือเอาวันชาติคือวันที่ 24 มิถุนายนของทุกปีเป็น “วันต้นไม้ประจำปีของชาติ” ต่อมาปีพ.ศ. 2503 ได้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีให้ยกเลิกวันชาติและคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2503 กำหนดให้ “วันเข้าพรรษา” เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติแทนปีพ.ศ. 2532 ได้มีการเสนอคณะรัฐมนตรีว่าปัจจุบันสภาพของฤดูกาลได้เปลี่ยนแปลงไปมากต้นไม้ที่ปลูกในวันเข้าพรรษาซึ่งเป็นช่วงกลางฤดูฝนเมื่อฝนทิ้งช่วงเกิดสภาวะขาดแคลนน้ำต้นไม้ไม่สามารถตั้งตัวได้ก่อนถึงฤดูแล้งทำให้ได้รับความเสียหายจึงขอให้พิจารณาอนุมัติให้วันวิสาขบูชาซึ่งอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคมและเป็นระยะเริ่มต้นของฤดูฝนเป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติแทนและคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2532 ปัจจุบันวันวิสาขบูชาจึงเป็น “วันต้นไม้ประจำปีของชาติ”
กิจกรรมในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ
กรมป่าไม้ร่วมกับหน่วยงานราชการกระทรวงทบวงกรมและทุกจังหวัดทั่วประเทศจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้แบบประชาอาสาโดยเชิญชวนประชาชนนักเรียนนิสิตนักศึกษาตลอดจนหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐบาลและเอกชนให้ร่วมกันปลูกต้นไม้ทั่วประเทศในวันสำคัญนี้