ภารกิจหน้าที่

ภารกิจและความรับผิดชอบ เวปไซต์เดิม

หน้าที่และความรับผิดชอบของส่วนเศรษฐกิจป่าไม้

ส่วนเศรษฐกิจป่าไม้ มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการศึกษาและวิเคราะห์งานทางวิชาการที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจป่าไม้ในทุกๆ ด้าน  ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการผลิต การตลาดและการบริโภคไม้และผลิตผลป่าไม้ ตลอดจนการวิเคราะห์สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจป่าไม้ทั้งภายในและต่างประเทศ และนอกจากนี้ยังทำการศึกษาและวิเคราะห์ถึงความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของโครงการพัฒนาต่างๆ โดยการศึกษาวิจัยจะนำเอาหลักทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ไปอธิบายวิเคราะห์ กิจกรรม/พฤติกรรมที่เกิดขึ้นในสังคมได้อย่างมีระบบแบบแผน โดยเฉพาะเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งมีความสำคัญระดับชาติ จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาทางวิชาการและการประยุกต์เลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อผลประโยชน์สูงสุดที่ต่อเนื่องและยั่งยืน

วัตถุประสงค์

เพื่อนำผลการศึกษานั้นไปใช้ประโยชน์ในการพิจารณาวางแผน กำหนดนโยบายและปรับทิศทางเศรษฐกิจป่าไม้ของชาติให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ตลอดจนนำไปใช้ในการพิจารณาตัดสินใจลงทุน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ให้ได้รับผลประโยชน์สูงสุด อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชาติโดยส่วนรวมต่อไป

แผนงานและเป้าหมาย

ทำการศึกษาและวิเคราะห์งานทางวิชาการที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจป่าไม้ในทุกๆ ด้าน ทั้งมหาภาคและจุลภาค ให้ครอบคลุมทั้งภายในและต่างประเทศ รวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการพัฒนาต่างๆ โดยมีแผนงานและเป้าหมายในการศึกษาวิจัย ดังนี้

  1. ศึกษาและวิจัยงานเศรษฐกิจป่าไม้ทางด้านการผลิต

ทำการศึกษาและวิเคราะห์งานเศรษฐกิจป่าไม้สาขาเศรษฐศาสตร์จุลภาค โดยจะเน้นการมองภาพทางด้านการผลิต หรือทางด้านอุปทาน เช่นการศึกษาเกี่ยวกับแหล่งการผลิต ผลผลิตที่ได้รับหรือกำลังการผลิต แนวโน้มในการผลิต ค่าใช้ในการทำไม้และของป่าในแต่ละขั้นตอนของไม้และของป่านั้นๆ ทั้งนี้เพื่อที่จะได้นำเอาข้อมูลที่ได้รับจากการศึกษานี้ไปใช้ในการวางแผนการผลิตไม้และของป่าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด (ผู้บริโภค) ตลอดจนนำไปใช้ประกอบการพิจารณาตัดสินใจในการลงทุนประกอบการผลิตไม้และของป่า ทั้งภาครัฐและเอกชนให้เกิดประโยชน์ในทางเศรษฐกิจสูงสุด ลักษณะและขอบเขตของงานที่จะทำการศึกษามีดังนี้

1.1 ศึกษาลักษณะโครงสร้างของป่า พร้อมกับจำแนกประเภทและพื้นที่ป่าที่มีอยู่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นป่าธรรมชาติ หรือป่าปลูกทั้งโดยรัฐบาลและเอกชน ทั้งนี้เพื่อจะได้นำมาใช้ในการวางแผนการจัดการป่าไม้นั้นๆ ให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจสูงสุด

1.2 ศึกษาวิธีการดำเนินงาน พร้อมกับการหาค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในทุกขั้นตอนของการผลิตหรือทุกขั้นตอนของการปลูกและทำไม้และของป่าชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการเก็บหาเมล็ดไม้ การเพาะกล้าไม้ การปลูก และการบำรุงรักษาตลอดอายุรอบตัดฟัน การซื้อไม้เหมาสวน การโค่นล้มตัดทอน การชักลากไม้รวมหมอน การบรรทุกและขนส่งอื่นๆ เพื่อจะได้ทราบความแตกต่างของค่าใช้จ่ายในการผลิตของไม้และของป่าแต่ละชนิดในแต่ละสภาวะพื้นที่ ซึ่งจะสามารถนำมาใช้ในการกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายในการดำเนินการดังกล่าวได้อย่างถูกต้องกับสภาพความเป็นจริงของไม้และของป่านั้น

1.3 ศึกษาหาผลผลิตหรือกำลังการผลิต ตลอดจนแนวโน้มในการผลิตไม้และของป่าชนิดต่างๆ เพื่อนำมาใช้ในการหาผลตอบแทนที่ได้รับ หรือจะได้รับจากการผลิตหรือทำไม้นั้นออกจำหน่าย ตลอดจนนำมาใช้ในการวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกัลป์ความต้องการของตลาดได้

1.4 ศึกษาและวิเคราะห์หาอัตราผลตอบแทนที่ได้รับ หรือจะได้รับจากการลงทุนทำไม้และของป่าชนิดต่างๆ ออกจำหน่ายในรูปแบบที่ต่างๆ กันออกไป เพื่อจะนำไปใช้เปรียบเทียบและประกอบการพิจารณาจัดทำโครงการปลูกป่าของรัฐบาล และเป็นข้อมูลเผยแพร่เพื่อส่งเสริมการตัดสินใจลงทุนปลูกและทำไม้รวมทั้งของป่าชนิดนั้นๆ ของเอกชนและชุมชนให้กว้างขวางและเพิ่มมากขึ้นต่อไป หากพิจารณาแล้วเห็นว่าการลงทุนนั้นให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า

  1. ศึกษาและวิจัยงานเศรษฐกิจป่าไม้ทางด้านอุตสาหกรรมไม้

ทำการศึกษาและวิเคราะห์งานเศรษฐกิจป่าไม้ในสาขาเศรษฐศาสตร์จุลภาค โดยเน้นการมองภาพทางด้านการใช้หรือการบริโภค หรือทางด้านอุปสงค์ โดยการศึกษานี้จะเน้นการศึกษาเกี่ยวกับแหล่งที่มีการใช้ ปริมาณการใช้ และแนวโน้มการใช้ไม้และของป่าทั้งที่เป็นไม้ท่อน เศษไม้ ปลายไม้ และไม้แปรรูปของโรงงานอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ ทั่วประเทศ ที่มีการใช้ไม้นั้นไปทำการแปรรูปหรือนำไปผ่านขบวนการผลิตเพื่อผลติเป็นสินค้า ทั้งที่เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป และผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปส่งไปยังตัวแทนจำหน่ายเพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์นั้นอีกทอดหนึ่ง หรือจำหน่ายให้กับผู้บริโภคหน่วยสุดท้ายโดยตรง และนอกจากนี้ยังจะได้ทำการศึกษาและวิเคราะห์หาผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนประกอบอุตสาหกรรมต่างๆ นั้น ทั้งนี้ เพื่อที่จะได้นำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการวางแผนการจัดการป่าไม้ และจัดทำโครงการปลูกป่า ตลอดจนส่งเสริมให้เอกชนลงทุนประกอบอุตสาหกรรมที่มีความต่อเนื่อง และสัมพันธ์กันกับแหล่งผลิตไม้และของป่าในลักษณะขอบเขตอุตสาหกรรม เพื่อลดต้นทุนในการผลิต อันจะทำให้ผลิตภัณฑ์จากไม้และจากของป่าเหล่านั้นมีโอกาสในการแข่งขัน และขยายตลาดเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้านั้นๆ ให้สูงขึ้น อันจะก่อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศโดยส่วนรวมได้ในโอกาสต่อไป ลักษณะและขอบเขตของงานที่จะทำการศึกษา มีดังนี้

2.1 ศึกษาลักษณะโครงสร้างของอุตสาหกรรมการแปรรูปไม้และของป่าแต่ละประเภทพร้อมกับการติดตามหาแหล่งที่ตั้ง และจำนวนของโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้ไม้และของป่า ทั้งที่เป็นไม้ท่อน เศษไม้ปลายไม้และไม้แปรรูป เป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าชนิดต่างๆ ทั่วประเทศ เช่น อุตสาหกรรมโรงเลื่อยจักร อุตสาหกรรมอาบน้ำยาและอบไม้ อุตสาหกรรมไม้บางไม้อัด อุตสาหกรรมแผ่นชิ้นไม้อัด อุตสาหกรรมแผ่นใยไม้อัด อุตสาหกรรมเยื่อกระดาษ อุตสาหกรรมผลิตถ่าน อุตสาหกรรมที่ใช้ไม้ฟื้นเป็นเชื้อเพลิง อุตสาหกรรมแปรรูปไม้เพื่อประดิษฐ์กรรม (เฟอร์นิเจอร์) ต่างๆ เป็นต้น เพื่อจะได้ทราบระบบโครงสร้างทั้งหมดของหน่วยผลิตที่มารองรับวัตถุดิบไม้ที่ทำออกจากป่าธรรมชาติและป่าปลูก นอกจากนี้ยังจะได้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงและการเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรมแต่ละประเภทอีกด้วย

2.2 ศึกษาปริมาณการใช้และแนวโน้มการใช้ไม้และของป่าแต่ละประเภทของอุตสาหกรรมต่างๆ ดังกล่าว ซึ่งจะทำให้ทราบถึงความนิยมหรือความต้องการไม้และของป่าแต่ละประเภท และสามารถนำไปใช้ในการวางแผนการผลิตไม้และของป่าแต่ละชนิดให้สอดคล้อง และเพียงพอกับความต้องการของอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ

2.3 ศึกษากรรมวิธีในการผลิต (แปรรูปไม้) ของโรงงานอุตสาหกรรมแต่ละประเภท พร้อมกับหาราคาปัจจัยที่ใช้ในการผลิต ไม่ว่าจะเป็นค่าที่ดิน ค่าก่อสร้าง ในการผลิตสินค้าไม้และของป่าแต่ละชนิด และแต่ละประเภทอุตสาหกรรม เพื่อให้ทราบค่าใช้จ่ายในการลงทุนประกอบการอุตสาหกรรมแต่ละประเภทนั้น

2.4 ศึกษาและวิเคราะห์หาผลตอบแทนที่ได้รับหรือจะได้รับจากการลงทุนประกอบการผลิตสินค้าไม้และของป่าแต่ละชนิดและแต่ละประเภทอุตสาหกรรม เพื่อจะได้นำมาใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานประกอบการพิจารณากำหนดนโยบายการป่าไม้ ตลอดจนใช้เป็นของมูลเผยแพร่และส่งเสริมแก่เอกชนในการลงทุนประกอบอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องกับแหล่งผลิตไม้และของป่า ในลักษณะของเขตอุตสาหกรรมให้รับผลประโยชน์ตอบแทนสูงสุด

2.5 ศึกษาสภาพปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับการประกอบการอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อจะได้หาลู่ทางหรือมาตรการในการปรับปรุงแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่างๆ นั้น ให้ลุล่วงไปด้วยดี อันจะเป็นการช่วยให้อุตสาหกรรมต่างๆ นั้นมีการพัฒนาและขยายตัวในทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นต่อไป

  1. ศึกษาและวิจัยงานเศรษฐกิจป่าไม้ทางด้านการตลาดไม้

ทำการศึกษา วิเคราะห์ และติดตามสถานการณ์ด้านการตลาดค้าไม้ซึ่งมีทั้งที่อยู่ในรูปของไม้ท่อน ไม้แปรรูปรวมทั้งของป่าและผลิตภัณฑ์ทำจากไม้และทำจากของป่า ซึ่งมีจุดการจำหน่ายกระจายอยู่ทั่วประเทศ เช่น ที่รวมหมอนไม้นอกเขตป่า ที่จุดผ่านด่านท่าเรือ โรงค้าไม้ ตลอดจนร้านค้าย่อย ซึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้และจากของป่า เป็นต้นโดยจะเน้นการศึกษาทางด้าน แหล่งการตลาด วิธีการตลาดราคาตลาด ตลอดจนแนวโน้มความต้องการซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงและเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่เป็นจริง เชื่อถือได้ และทันสมัยกับเหตุการณ์อยู่เสมอ เพื่อนำไปใช้ในการพิจารณาวางแผนการค้าไม้ ผลิตภัณฑ์จากไม้และจากของป่าประเภทต่าง ๆ ให้มีเสถียรภาพเป็นธรรมกับทุกฝ่ายเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศที่เปลี่ยนไป ลักษณะขอบเขตงานที่จะทำการศึกษามีดังนี้

3.1 ศึกษาหาแหล่ง และจำนวนตลาดค้าไม้และของป่า ซึ่งตั้งกระจายอยู่ทั่วประเทศเช่นหมอนไม้นอกเขตป่า หมอนไม้นำเข้าที่จุดผ่านแดนต่าง ๆ ท่าเรือ โรงค้าไม้ โรงค้าผลิตภัณฑ์จากไม้และจากของป่า และผู้ประกอบการส่งออกไม้ซึ่งเป็นศูนย์รวมและกระจายไม้ประเภทต่าง ๆ ไปสู่ผู้บริโภค

3.2 ศึกษาวิธีการตลาดของสินค้าและของป่า ผลิตภัณฑ์จากไม้และจากของป่าแต่ละชนิดและแต่ละประเภทว่ามีการกระจายสู่ผู้บริโภคด้วยวิธีการอย่างไร ต้องผ่านตัวกลางอย่างไรหรือมีกระบวนการและรูปแบบการซื้อขายและการแข่งขันของสินค้าแต่ละชนิด และแต่ละประเภทในภาวการณ์ต่าง ๆ เป็นอย่างไร ซึ่งจะทำให้ทราบถึงกลไกของการตลาดไม้และของป่า ผลิตภัณฑ์จากไม้และจากของป่าทุกชนิดทุกประเภท เพื่อจะนำไปใช้เป็นแนวทางการกำหนดรูปแบบและกลยุทธ์ในการแทรกแซงตลาดได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและเป็นธรรม ในกรณีเกิดสภาวการณ์ไม่สมดุลของตลาด

3.3 ศึกษาราคาตลาด หรือราคาซื้อขายไม้และของป่าแต่ละชนิดและแต่ละประเภท เพื่อให้ทราบความเปลี่ยนแปลงหรือความเคลื่อนไหวของราคาไม้และของป่าดังกล่าวซึ่งจะทำให้ทราบถึงสถานการณ์ตลาดไม้ได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพและเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

3.4 ศึกษาหาค่าใช้จ่ายในขั้นตอนของการขนส่งไม้และของป่า รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากไม้และจากของป่าแต่ละชนิด และแต่ละประเภทจากจุดจำหน่ายถึงมือผู้บริโภคในระดับต่าง ๆ ทั้งนี้เพราะในระบบเศรษฐกิจป่าไม้ของไทย ธุรกิจการขนส่งก็เป็นอาชีพหนึ่งของผู้ประกอบการขนส่งที่เป็นเอกเทศออกจากขบวนการผลิตต่าง ๆ หรือเป็นค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งในระบบเศรษฐกิจป่าไม้ ที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าค่าใช้จ่ายในการผลิตสินค้าต่าง ๆ เป็นตัวแปรที่สำคัญที่ไม้ให้ราคาไม้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จึงจำเป็นต้องการติดตามทุกระยะ

3.5 ศึกษาและวิเคราะห์ด้านตลาด (Market Analysis) เพื่อจะทราบถึงอุปสงค์ (Demand) และอุปทาน (Supply) รวมทั้งแนวโน้มความต้องการของไม้และของป่าผลิตภัณฑ์จากไม้และจากของป่าแต่ละชนิดและแต่ละประเภท

3.6 ศึกษาสภาพปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในขั้นตอนการจำหน่ายหรือตลาดการค้าไม้แต่ละชนิด ซึ่งมีทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ พร้อมกับการหาลู่ทางและมาตรการในการปรับปรุงแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ เหล่านั้นให้ลุล่วงไปด้วยดีซึ่งจะเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจการค้าไม้และของป่าให้มีการพัฒนา และก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น

  1. ศึกษาและวิจัยงานเศรษฐกิจป่าไม้ทางด้านการพัฒนาเศรษฐกิจป่าไม้โดยรวม

ทำการศึกษาและวิเคราะห์งานเศรษฐกิจป่าไม้ในระดับประเทศ หรือสาขาเศรษฐศาสตร์มหภาค (macro-economics) ซึ่งจะเป็นการมองภาพทางด้านการผลิตมวลรวมและการใช้ขั้นสุดท้ายของสินค้าไม้ทั้งหมด ซึ่งการศึกษาในระดับนี้จำเป็นที่จะต้องอาศัยข้อมูลทางจุลภาคเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโดยส่วนรวม และเป็นธรรมกับทุกฝ่ายในระบบเศรษฐกิจของประเทศ และนอกจากนี้ยังจะได้มีการศึกษาถึงผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจป่าไม้ อันเนื่องจากเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์หรือเกิดวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตการณ์ทางด้านการเงิน การคลังและการค้าระหว่างประเทศ ทั้งนี้เพื่อจะได้ทราบข้อมูลต่าง ๆ ที่จำเป็นในการนำมาใช้ปรับทิศทางด้านการป่าไม้ให้ความเหมาะสม และสอดคล้องกับสถานการณ์ที่ได้เปลี่ยนแปลงไปอีกทั้งยังจะทำการศึกษาและวิเคราะห์ถึงความเหมาะสม และความเป็นไปได้ของโครงการพัฒนาต่าง ๆ ในพื้นที่ป่าเศรษฐกิจและอนุรักษ์ เช่น โครงการสร้างเขื่อนอ่างเก็บน้ำ และประตูกั้นน้ำ โครงการพัฒนาป่าไม้เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยว โครงการพัฒนาป่าชายเลยเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงกุ้งและอื่น ๆ เป็นต้น ซึ่งจะต้องมีการศึกษาและประเมินมูลค่าทรัพยากรป่าไม้ทั้งที่เป็นรูปธรรม และนามธรรม เป็นเฉพาะกรณี ๆ ไป ลักษณะและขอบเขตของงานที่จะทำการศึกษามีดังนี้ คือ

4.1 ศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติต่าง ๆ จากเอกสารรายงานวิจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง มาใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาในการวางแผน และกำหนดนโยบายต่าง ๆ

4.2 ศึกษาและวิเคราะห์หาผลผลิตมวลรวม และการใช้ของสินค้าไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ในขั้นสุดท้าย ในระดับครัวเรือน อุตสาหกรรม และส่วนบริการสังคมต่าง ๆ ทั่วประเทศพร้อมกับการทำนายผลการผลิตและการใช้นั้นต่อไปอนาคต

4.3 ศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบของสถานการณ์ หรือวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ที่มีต่อเศรษฐกิจป่าไม้ เช่น การเกิดวิกฤตการณ์น้ำมัน วิกฤตการณ์ลดและเพิ่มค่าเงิน การเปลี่ยนแปลงในระบบภาษีอากร การยกเลิกระบบสัมปทานการทำไม้และอื่น ๆ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อจะได้นำข้อมูลมาใช้ในการปรับทิศทาง และการปรับสภาพเศรษฐกิจป่าไม้ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ได้เลี่ยนแปลงไป

4.4 ศึกษาวิเคราะห์มูลค่าเพิ่ม (Value-added) ของสินค้าไม้ในทุกระดับของขบวนการผลิตต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้ในการพิจารณาหารายได้ประชาชาติ (national income) และผลผลิตมวลรวม (gross domestic product) ในสาขาป่าไม้ แล้วนำเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

4.5 ศึกษาและวิเคราะห์ความเหมาะสมของโครงการพัฒนาต่าง ๆ ซึ่งมีผลกระทบต่อทรัพยากรป่าไม้ เช่น โครงการสร้างเขื่อน อ่างเก็บน้ำ และอื่น ๆ โครงการพัฒนาป่าไม้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว โครงการจัดการป่าไม้ เพื่อการเพาะเลี้ยงกุ้งและสัตว์น้ำอื่น ๆ เป็นต้น เพื่อเปรียบเทียบผลได้และผลเสียของโครงการดังกล่าว ในเชิงเศรษฐกิจทั้งที่วัดออกมาเป็นตัวเงินได้และที่วัดออกมาเป็นตัวเงินไม่ได้ แล้วนำเสนอต่อสาธารณะและต่อผู้บริหารระดับสูงเพื่อใช้ประกอบพิจารณาดำเนินโครงการดังกล่าว

4.6 ศึกษาวิเคราะห์ด้านทรัพยากรป่าไม้ สิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งเป็นผลกระทบสืบเนื่องมาจากสภาพป่าไม้ถูกทำลายอันเนื่องมาจากโครงการพัฒนา ต่าง ๆของภาครัฐ เช่น โครงการสร้างเขื่อน โครงการไฟฟ้าสู่ภูมิภาค ฯลฯ และโครงการของเอกชน โดยทำการประเมินมูลค่าของทรัพยากรป่าไม้ สภาพสิ่งแวดล้อมและสังคมรอบข้างในรูปของตัวเงิน และมูลค่าที่ประเมินออกมาเป็นมูลค่าไม่ได้ (ในรูปนามธรรม) ซึ่งมีผลต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รวมทั้งประเมินในกรณีที่สังคมใช้ทรัพยากรป่าไม้และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องกับป่า เพื่อจะได้ทราบกำลังผลิตของทรัพยากรนั้น ๆ ว่าจะมีผลผลิตตอบสนอง คนในสังคมได้นานเท่าใดและเพื่อประโยชน์ในการวางแผนการจัดการทรัพยากรเหล่านั้นให้ยั่งยืนต่อไป

4.7 ศึกษาวิเคราะห์ร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ในการประเมินค่าสภาพของทรัพยากรป่าไม้สิ่งแวดล้อม และด้านเศรษฐกิจสังคม ในโครงการเฉพาะกิจเร่งด่วน