พระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ. 2545

พระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พุทธศักราช 2545

พระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.๒๕๔๕

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๕
เป็ นปี ที่ ๕๗ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็ นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยเลื่อยโซ่ยนต์

พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำาได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำาแนะนำาและยินยอมของรัฐสภาดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ. ๒๕๔๕”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
“เลื่อยโซ่ยนต์” หมายความว่า เครื่องมือสำาหรับใช้ตัดไม้หรือแปรรูปไม้ที่มีฟันเลื่อยติดกับโซ่ซึ่งขับเคลื่อนด้วยกำาลังเครื่องจักรกล และให้ หมายความรวมถึงส่วนหนึ่งส่วนใดที่เป็นส่วนประกอบของเครื่องมือดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีกำาหนดในกฎกระทรวง
“มี” หมายความว่า มีกรรมสิทธิ์ หรือมีไว้ในครอบครอง
“ผลิต” หมายความว่า ทำาหรือประกอบเพื่อการจำาหน่าย
“นำาเข้า” หมายความว่า นำาหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร
“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
“นายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์” หมายความว่า อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายสำาหรับกรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ซึ่งผู้ว่า ราชการจังหวัดมอบหมายสำาหรับจังหวัดอื่น
“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมป่ าไม้
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๔ ห้ามมิให้ผู้ใดมี ผลิต หรือนำาเข้าเลื่อยโซ่ยนต์เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์
ห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งเปลี่ยนแปลงเลื่อยโซ่ยนต์ให้มีกำาลังเครื่องจักรกลเพิ่มขึ้นจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาต เว้นแต่จะได้รับ อนุญาตจากนายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์
การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็ นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำาหนดในกฎกระทรวง
ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ผลิตเลื่อยโซ่ยนต์ต้องจัดทำาบัญชีและหมายเลขแสดงหน่วยการผลิตตามที่กำาหนดในกฎกระทรวง
การออกใบอนุญาตให้มีเลื่อยโซ่ยนต์ให้นายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์ทำาเครื่องหมายที่เลื่อยโซ่ยนต์ตามแบบที่กำาหนดในกฎกระทรวง และระบุ พื้นที่ที่อนุญาตให้มีหรือใช้เลื่อยโซ่ยนต์ไว้ด้วย
มาตรา ๕ คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๔ ให้เป็ นไปตามที่กำาหนดในกฎกระทรวง ผู้ขอรับใบอนุญาตมีเลื่อยโซ่ยนต์ต้องประกอบอาชีพหรือประกอบกิจการที่ต้องใช้เลื่อยโซ่ยนต์และต้องไม่เคยต้องโทษสำาหรับความผิดตามพ ระราชบัญญัตินี้ หรือตามกฎหมายว่าด้วยป่ าไม้ กฎหมายว่าด้วยป่ าสงวนแห่งชาติกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ หรือกฎหมายว่าด้วยการสงวนและ คุ้มครองสัตว์ป่ ามาก่อน ความในวรรคสองมิให้นำามาใช้บังคับกับนิติบุคคลในทางศาสนา และกระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรอื่น ของรัฐ
มาตรา ๖ ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตประสงค์จะเปลี่ยนแปลงพื้นที่ให้มีหรือใช้เลื่อยโซ่ยนต์ให้แตกต่างไปจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาตตาม มาตรา ๔ วรรคห้า ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตดำาเนินการตามหลักเกณฑ์ดังนี้
(๑) สำาหรับการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ภายในจังหวัดเดียวกันกับที่ได้รับใบอนุญาต ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตยื่นคำาขอต่อนายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์ผู้ ออกใบอนุญาต
(๒) สำาหรับการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ไปยังจังหวัดอื่น ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตยื่นคำาขอต่อนายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์ผู้มีอำานาจในจังหวัดนั้น ทั้งนี้ ให้เป็ นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำาหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๗ ผู้ใดมีเลื่อยโซ่ยนต์ต้องมีใบอนุญาตหรือสำาเนาภาพถ่ายใบอนุญาตสำาหรับเลื่อยโซ่ยนต์เครื่องนั้นเพื่อแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ ทันที
มาตรา ๘ ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตให้มีเลื่อยโซ่ยนต์ประสงค์จะนำาหรือให้ผู้อื่นนำาเลื่อยโซ่ยนต์ของตนออกไปใช้นอกพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา ๔ วรรคห้า เป็นการชัวคราว ผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องขออนุญาตโดยระบุพื้นที่ และระยะเวลาที่จะนำาไปใช้ต่อนายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์ และให้นายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์อนุญาตหรือไม่อนุญาตภายในสิบห้าวันทำาการนับแต่วันที่ได้รับคำาขอและถ้านายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์มิได้ดำาเนิน การพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาคำาขอให้ผู้ยื่นคำาขออนุญาตทราบภายในกำาหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่านายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์มีคำาสั่งอนุญาตตามคำาขอและให้ถือว่าใบรับคำาขอเสมือนหนึ่งเป็นหนังสืออนุญาต ให้นายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์ผู้อนุญาตแจ้งและส่งสำาเนาหนังสืออนุญาตให้แก่นายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์ในพื้นที่ที่ระบุในหนังสืออนุญาต ทั้งนี้ ให้นายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์ในพื้นที่ที่ระบุในหนังสืออนุญาตประกาศการอนุญาตหรือคำาขออนุญาตดังกล่าว ณ ที่ทำาการขององค์การบริหารส่วนท้อง ถิ่นของพื้นที่นั้น ในกรณีมีเหตุอันควร ผู้ได้รับใบอนุญาตจะขออนุญาตต่อระยะเวลาที่ให้นำาเลื่อยโซ่ยนต์ออกไปใช้นอกพื้นที่อีกได้แต่ต้องขออนุญาตต่อนาย ทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์ก่อนวันครบกำาหนดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตไว้เดิม การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็ นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำาหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๙ ถ้ามีการนำาเลื่อยโซ่ยนต์ที่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๔ ไปใช้ในการกระทำาผิดตามกฎหมายว่าด้วยป่ าไม้ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ได้ รับใบอนุญาตมีส่วนร่วมในการกระทำาผิดนั้น
มาตรา ๑๐ ห้ามมิให้ผู้ใดซ่อมแซมเลื่อยโซ่ยนต์เป็ นธุรกิจเพื่อสินจ้าง เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์ คุณสมบัติของผู้ได้รับใบอนุญาต การขอใบอนุญาต และการออกใบอนุญาต ให้เป็ นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำาหนดในกฎ กระทรวง ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ซ่อมแซมเลื่อยโซ่ยนต์เป็ นธุรกิจเพื่อสินจ้างจะกระทำาการเช่นว่านี้ได้แต่เฉพาะแก่เลื่อยโซ่ยนต์ที่มีผู้ได้รับใบอนุญาตให้มี และใช้เลื่อยโซ่ยนต์และเมื่อเลื่อยโซ่ยนต์นั้นมีเครื่องหมายถูกต้องตามใบอนุญาตเท่านั้น
มาตรา ๑๑ ถ้าผู้ได้รับใบอนุญาตให้มีเลื่อยโซ่ยนต์ตาย ให้ทายาทผู้ครอบครองเลื่อยโซ่ยนต์นั้น หรือผู้จัดการมรดกของผู้ตายแจ้งการตายและ การครอบครองต่อนายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์ตามใบอนุญาตภายในกำาหนดหกสิบวันนับแต่วันที่ทราบการตายของผู้ได้รับใบอนุญาต นายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์มีอำานาจสั่งให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกตามวรรคหนึ่งเก็บรักษาหรือใช้เลื่อยโซ่ยนต์ของผู้ได้รับใบอนุญาตที่ตายไว้ ได้และถ้ามีข้อโต้แย้งถึงสิทธิของทายาทก็ให้ผู้ที่ได้รับคำาสั่งจากนายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์ดังกล่าวเก็บรักษาไว้จนกว่าข้อโต้แย้งนั้นถึงที่สุด ภายในกำาหนดหกเดือนนับแต่วันที่ผู้ได้รับใบอนุญาตตาย หรือถ้ามีข้อโต้แย้งถึงเรื่องสิทธิของทายาทนับแต่วันที่ข้อโต้แย้งนั้นถึงที่สุด ผู้จัดการ มรดกหรือทายาทอาจขออนุญาตใหม่ได้เมื่อนายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์ได้ออกใบอนุญาตให้แล้ว ให้มอบเลื่อยโซ่ยนต์นั้นแก่ผู้ได้รับใบอนุญาตใหม่ ถ้า ไม่ออกใบอนุญาตให้ใหม่ก็ให้แจ้งให้ผู้ขอทราบและสั่งให้จัดจำาหน่ายเลื่อยโซ่ยนต์นั้นภายในกำาหนดหกเดือนนับแต่วันรับคำาสั่ง มิฉะนั้นให้นาย ทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์มีอำานาจจัดการขายทอดตลาดเลื่อยโซ่ยนต์นั้น เงินสุทธิที่ได้รับจากการขายทอดตลาดให้เปิ ดบัญชีเงินฝากไว้ให้แก่ผู้มีสิทธิที่มา ขอรับต่อไป
มาตรา ๑๒ ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๔ เป็ นนิติบุคคล และนิติบุคคลนั้นเลิกกัน ให้ผู้ชำาระบัญชีนำาส่งเลื่อยโซ่ยนต์แก่นาย ทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์เพื่อเก็บรักษาตลอดระยะเวลาที่ยังคงทำาการชำาระบัญชีนั้น ในการแบ่งคืนทรัพย์สินให้แก่ผู้เป็ นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นของนิติบุคคล ให้ผู้เป็ นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นที่ได้รับการแบ่งคืนเลื่อยโซ่ยนต์แจ้ง ขอรับและขอใบอนุญาตมีไว้ซึ่งเลื่อยโซ่ยนต์นั้นต่อนายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการแบ่งคืนเลื่อยโซ่ยนต์จากผู้ ชำาระบัญชี ในกรณีที่ผู้ชำาระบัญชีประสงค์จะขายเลื่อยโซ่ยนต์เพื่อการชำาระหนี้ของนิติบุคคลนั้น ให้ผู้ชำาระบัญชีแจ้งต่อนายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์เพื่อ ทราบ และไม่ว่าในกรณีใดจะขายให้แก่บุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ได้ ให้ผู้ประสงค์จะซื้อเลื่อยโซ่ยนต์ตามความในวรรคสามมายื่นคำาขอรับและขอมีใบอนุญาตมีไว้ซึ่งเลื่อยโซ่ยนต์นั้นต่อนายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์ ภายในห้าวันทำาการนับแต่วันที่ได้ตกลงซื้อขายกัน
มาตรา ๑๓ ในกรณีที่มีผู้นำาจับผู้กระทำาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ให้พนักงานอัยการร้องขอต่อศาล และให้ศาลมีอำานาจพิพากษาให้จ่าย เงินสินบนนำาจับแก่ผู้นำาจับเป็ นจำานวนเงินไม่เกินกึ่งหนึ่งของจำานวนเงินค่าปรับตามคำาพิพากษาโดยจ่ายจากเงินค่าปรับที่ชำาระต่อศาล ถ้าผู้กระทำาความ ผิดชำาระเงินค่าปรับไม่ถึงจำานวนที่ต้องจ่ายค่าสินบนนำาจับได้ครบถ้วน ให้จ่ายเงินสินบนนำาจับเพียงเท่าที่ผู้กระทำาความผิดชำาระ ในกรณีที่มีผู้นำาจับหลายคน ให้แบ่งเงินสินบนนำาจับให้คนละเท่าๆ กัน
การจ่ายเงินสินบนนำาจับนั้น จะจ่ายได้เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว
มาตรา ๑๔ ผู้ใดมีเลื่อยโซ่ยนต์อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ถ้ามาขอรับใบอนุญาตภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้ บังคับ ผู้นั้นไม่มีความผิดตามมาตรา ๔ และให้นายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์ออกใบอนุญาตให้มีเลื่อยโซ่ยนต์แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตนั้น เว้นแต่จะขาด คุณสมบัติที่กำาหนดไว้ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้ซึ่งปฏิบัติตามวรรคหนึ่งไม่ต้องรับโทษตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร และกฎหมายว่าด้วยการส่งออกไปนอกและการนำาเข้ามาในราช อาณาจักรซึ่งสินค้า ความในวรรคสอง มิให้ใช้บังคับแก่ผู้ที่ถูกจับกุมและถูกดำาเนินคดีก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและคดียังไม่ถึงที่สุด ในกรณีที่นายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์ไม่ออกใบอนุญาตให้เมื่อผู้นั้นได้นำาเลื่อยโซ่ยนต์มามอบแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์ต่อ รัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบคำาสั่งไม่อนุญาต ในกรณีที่ผู้ใดไม่ได้รับอนุญาตตามวรรคหนึ่งและวรรคสี่ ให้เลื่อยโซ่ยนต์ของผู้นั้นตกเป็ นของแผ่นดินนับแต่วันที่มีคำาสั่งไม่อนุญาตหรือนับ แต่วันที่รัฐมนตรีมีคำาวินิจฉัย เลื่อยโซ่ยนต์ที่ตกเป็ นของแผ่นดินตามวรรคห้า ให้นำาไปใช้ประโยชน์ในราชการ หรือจำาหน่ายให้แก่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ หรือทำาลาย ตามระเบียบที่อธิบดีกำาหนด
มาตรา ๑๕ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๔ ในกรณีที่นายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์มีคำาสั่งไม่อนุญาตตามคำาขอตามพระราชบัญญัตินี้ผู้ยื่นคำาขออนุญาตมี สิทธิอุทธรณ์คำาสั่งไม่อนุญาตต่อนายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์ผู้มีคำาสั่งไม่อนุญาตนั้นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีคำาสั่งไม่อนุญาต ให้นายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์พิจารณาคำาอุทธรณ์และแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ว่าเห็นด้วยกับคำาอุทธรณ์โดยการอนุญาตตามคำาขอหรือยืนยัน คำาสั่งไม่อนุญาตให้ผู้อุทธรณ์ทราบภายในสามสิบวัน ในกรณีที่นายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์ยืนยันคำาสั่งไม่อนุญาต ผู้ขออนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์คำาสั่งยืนยันคำาสั่งไม่อนุญาตต่อรัฐมนตรีภายในสามสิบ วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำาสั่งยืนยันคำาสั่งไม่อนุญาต
มาตรา ๑๖ การจับกุมปราบปรามผู้กระทำาผิดตามพระราชบัญญัตินี้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็ นพนักงานฝ่ ายปกครองหรือตำารวจตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา ๑๗ ผู้ใดฝ่ าฝื นหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔ วรรคหนึ่งและวรรคสี่ ต้องระวางโทษจำาคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือ ทั้งจำาทั้งปรับ และให้ศาลสั่งริบเลื่อยโซ่ยนต์นั้น เลื่อยโซ่ยนต์ที่ศาลสั่งริบ ให้นำาไปใช้ประโยชน์ในราชการ หรือจำาหน่ายให้แก่ส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือทำาลายตามระเบียบที่อธิบดีกำาหนด
มาตรา ๑๘ ผู้ใดฝ่ าฝื นหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔ วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท และต้องแก้ไขให้เลื่อยโซ่ยนต์นั้นมีกำาลัง เครื่องจักรกลเท่าที่ขออนุญาตไว้เดิมภายในเวลาที่ศาลกำาหนด หากไม่ปฏิบัติตามให้ศาลสั่งริบเลื่อยโซ่ยนต์นั้น
มาตรา ๑๙ ผู้ใดฝ่ าฝื นหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๖ หรือมาตรา ๘ ต้องระวางโทษจำาคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำา ทั้งปรับ
มาตรา ๒๐ ผู้ใดฝ่ าฝื นหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๗ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท
มาตรา ๒๑ ผู้ใดฝ่ าฝื นหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๐ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
มาตรา ๒๒ ผู้ใดฝ่ าฝื นหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๑๒ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
มาตรา ๒๓ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม* รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และให้มีอำานาจแต่งตั้ง พนักงานเจ้าหน้าที่ ออกกฎกระทรวง และกำาหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้นเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พันตำารวจโท ทักษิณ ชินวัตร
นายกรัฐมนตร