นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงในสังกัด ทส. ร่วมประชุมทางไกลผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปกท.ทส. และคณะผู้บริหารระดับสูงในสังกัด ทส. ร่วมประชุมทางไกลผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ

                วันที่ 14 มกราคม 2564 นายวราวุธ  ศิลปอาชา รมว.ทส. พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปกท.ทส. และคณะผู้บริหารระดับสูงในสังกัด ทส. ร่วมประชุมทางไกลผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ในการขอความร่วมมือหน่วยงานระดับพื้นที่เพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญและเป็นประเด็นเร่งด่วน ในโอกาสที่ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายสุพัฒน์พงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ประชุมชี้แจงข้อราชการสำคัญกับผู้ว่าราชการจังหวัด โดยประเด็นสำคัญเร่งด่วนที่ทาง ทส. ได้ขอประสานความร่วมมือผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดไปยังหน่วยงานระดับพื้นที่ของกระทรวงมหาดไทยทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจที่สำคัญทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 

                1. ไฟป่าหมอกควัน และ PM 2.5 : ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาจัดตั้งชุดปฏิบัติการมวลชนลงพื้นที่สร้างการรับรู้ ความเข้าใจและเข้ามามีส่วนในการลดต้นเหตุการเกิดไฟป่า หมอกควัน และ PM 2.5 โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง ทส. ฝ่ายปกครอง ทหาร และจิตอาสาพระราชทาน และขอให้แต่ละจังหวัดลดและควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตรอย่างเข้มงวด พร้อมควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษอื่น ๆ เช่น การจราจร ภาคอุตสาหกรรม ควบคู่ไปด้วย 

                2. การปลูกป่า/สร้างฝาย/ระบบกระจายน้ำ พื้นที่ป่าต้นน้ำ : ขอให้ทุกจังหวัดเร่งรัดขับเคลื่อนโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า ตามคู่มือที่ ทส. ได้จัดทำไว้ โดยเฉพาะในพื้นที่ต้นน้ำ 12 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ตาก น่าน พะเยา ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน ชัยภูมิ นครศรีธรรมราช และนครราชสีมา สำหรับจังหวัดอื่นดำเนินการในส่วนของการเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั้งในและนอกเขตป่า พร้อมทั้งขอให้มีโครงการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน ในการปลูกป่าต้นน้ำ เพิ่มพื้นที่สีเขียว

                3. การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนภายใต้ คทช. : ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งรัดให้เกิดการอนุญาตการเข้าทำประโยชน์ของชุมชนในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตามเป้าหมาย จำนวน 375 พื้นที่ หรือ 1,890,648 ไร่ ใน 63 จังหวัด โดยให้ประสานกับหน่วยงานของ ทส. ในการสำรวจพื้นที่สนับสนุนแหล่งน้ำ และประสานหน่วยงานอื่นในการสร้างอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ คทช. และเร่งรัดในการสำรวจและรังวัดแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนให้ครบถ้วนแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2564

                4. การขออนุญาตการใช้ประโยชน์ของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐในเขตป่าสงวนแห่งชาติ : ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งส่วนราชการที่ขอใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ทั้งที่ดำเนินการก่อนการได้รับอนุญาตและหน่วยงานที่จะขอใช้พื้นที่ใหม่ จัดเตรียมรายละเอียดประกอบคำขอให้ถูกต้อง ครบถ้วน ให้กับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด หรือ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่โดยเร่งด่วน และให้ยื่นคำขออนุญาตภายใน 31 มกราคม 2564 พร้อมกำกับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบพื้นที่รวมถึงเอกสารให้ถูกต้อง ครบถ้วน เพื่อเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดลงนามภายใน 15  กุมภาพันธ์ 2564 โดย ทส. จะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2564 ในส่วนของกรมป่าไม้ มี นายอดิศร นุชดำรงค์ อธิบดีกรมป่าไม้ เข้าร่วมประชุมฯ ณ ห้องประชุมราชสีห์ อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย

Leave a Comment